คำสอนของ แปะโรงสี – Youlike TH
News & Entertainments

คำสอนของ แปะโรงสี

109

วันนี้มีบทความดีๆสำหรับคนที่อยากเป็นเศรษฐี เป็นคำสอนของ แปะโรงสี ที่รู้จักกันในนามว่า แปะกิมเคย ชื่อเดิมคือกิมเคย แซ่โง้ว เป็นชาวจีนที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เมื่อประมาณอายุ 22 ปี ได้สมรสกับนาง นวลศรี เอี่ยมเข่ง มีบุตรด้วยกัน 10 คน อาแปะประกอบอาชีพค้าขายข้าวเปลือก และได้ตั้งโรงสีชื่อว่า โรงสีไฟทองศิริ ที่ปากคลองเชียงรากเยื้องๆ กับวัดศาลเจ้าและได้โอนสัญชาติจากจีนเป็นไทย รวมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น นายนที ทองศิริ กิจการโรงสีของอาแปะมั่นคงมากขึ้น ท่านเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน

ทำให้เป็นที่เคารพของคนทั่วไปโดยเฉพาะในกลุ่มของพ่อค้าแม่ค้า อีกทั้งท่านเก่งเรื่องดูโหงวเฮ้ง ฮวงจุ้ยต่างๆ ในการตั้งบริษัทหรือบ้าน โดยคนที่ให้ท่านชี้แนะกลับไปต่างก็ประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า บรรดาผู้คนทั้งจากในไทยและต่างประเทศต่างพากันมาหาท่านเพื่อขอคำชี้แนะเรื่องทำเลที่ตั้ง ฮวงจุ้ยของบริษัทห้าง วันนี้จะนำบทความดีๆฝากไว้ให้คิดของแปะกิมเคยมาฝาก มีบทความว่า

ลื้ออย่าคิดว่าบินสูงแล้วจะไม่มีวันร่วงลงมา แม้แต่นกที่บินได้สูงที่สุดในโลก ก็ยังต้องลงมาแตะพื้นเพื่อนอนหลับพักผ่อน

ลื้ออย่ามองข้ามคนที่ด้อยกว่า เพราะหลงตัวเองว่ายิ่งใหญ่กว่า อย่ามองข้ามผู้ค้ารายเล็กๆ ไม่เห็นคุณค่าของพวกเขา เพราะสักวันหนึ่งเขาอาจเป็นผู้ค้ารายใหญ่ของเราก็เป็นได้ พวกดูถูกคนพวกนี้มีเยอะแยะให้เห็นในโลกใบนี้ จงจำไว้คนมีเงินนั้นหลายคนไม่ได้มีมาแต่กำเนิดทุกคน

ลื้ออย่ามัวคิดว่าเรายังไหวไม่มีวันไม่สบาย เพราะอายุยังน้อย ทำงานหามรุ่งหามค่ำยังไงก็ยังไหว แต่ถ้าไม่สบายเมื่อไร กำไรมากแค่ไหนก็ไม่คุ้มค่า ลื้ออย่ามัวคิดว่าฉันมีเงิน ใช้เงินได้อย่างฟุ่มเฟือย สักวันเงินเพียงร้อยบาทอาจมีค่ามากมายในวันที่ไม่มีก็ได้

ลื้อเคยอ่านนิทานเรื่องขอนไม้กับทองคำมั้ย ขอนไม้แทบไม่มีค่าอะไรเลยถ้าเทียบกับทองคำ แต่ในเวลาที่ลื้อตะเกียกตะกาย เพราะกำลังจะหายไปน้ำ ลื้อต้องการขอนไม้มากกว่าทองคำ ผู้ค้าก็เช่นกัน ผู้ค้าบางคนเป็นรายเล็กรายน้อย ซื้อของทีละชิ้นสองชิ้น หากวันหนึ่งผู้ค้ารายใหญ่ไม่ไหว เหลือแต่ผู้ค้ารายเล็กรายน้อย ผู้ค้ารายเล็กรายน้อยที่ซื้อขายกันประจำนี่แหละ ลื้อจะต้องการและนึกถึงเขาเป็นคนแรกๆ

You might also like