คลัง สานต่อ 5,000 บาท รอบสอง ก้าวต่อไปเราไ ม่ทิ้ ง กัน

1,293

ก้าวต่อไปเราไ ม่ทิ้งกัน สานต่อแ จ ก 5,000 บาท

วันที่ 25 พ.ค. นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจัดทำโครงการก้าวต่อไปเราไ ม่ทิ้งกันสู้ภั ยโ ควิ ด

เพื่อดูแลเยี ยวย าประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระท บ

ทั้งทางตรงและทางอ้อม จากการแพ ร่ระบา ดของโร คโ ควิ ด

ซึ่งเป็นการสานต่อโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการไปแล้ว

ทั้งการเยีย วย าผู้ประกอบอาชีพอิสระและเกษตรกร การดูแลแ ร ง งานในระบบประกันสังคม

โดยหลังจากนี้จะเดินหน้าสู่การฟื้นฟู ด้วยการจัดตั้งทีมเราไ ม่ทิ้งกัน

เพื่อติดตาม สำรวจและรับทราบความเดือ ดร้อ น พร้อมเร่ งเ ยียวย าฟื้นฟู คืนอาชีพ คืนรายได้ให้กับประชาชน

รวมถึงออกมาตรการเพิ่มเติมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ อย่ าง ต่อเนื่อง

เพื่อกระตุ้ นเศรษฐกิจและสร้างฐานรากทางเศรษฐกิจของประเท ศ ให้แข็ งแกร่ ง

คลังมีข้อมูลผู้มี ร ายได้น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการเยี ยวย า ทำให้สามารถนำข้อมูลมาประมวลผล

เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โดยจะส่งทีมเราไ ม่ทิ้งกันลงพื้นที่สำรวจ ประเมินสภาพความเป็นอยู่

เพื่อทราบความเดื อดร้อ นและความต้องการพื้นฐานของผู้ได้รับการเยีย วย าทั่วประเท ศ อย่ าง ทั่วถึง

นอกจากนี้จัดให้มีคลินิกคลังส มอง หมอคลัง เราไ ม่ทิ้งกัน ซึ่งต่อยอดมาจากการรับเรื่องร้องทุ กข์เงินเ ยียวย า

ตามสาขาของธนาคารรั ฐ ทั่วประเท ศ โดยจะให้บริการรับปรึกษาเรื่องราวร้อ งทุก ข์ต่างๆ ทั้งด้านอาชีพ

บริการทางการเงิน ปัญหาห นี้นอกระบบ เป็นต้น

และเมื่อได้รับทราบเรื่องราวร้องทุ กข์ แล้วจะส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

และ ติ ดตามเรื่องเพื่อแจ้งผลให้กับประชาชนผู้ ร้ องทุ กข์ ต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ร่วมกับภาคีเครื อข่ ายจัดอบรมอาชีพ

ด้วยการเสริมสร้างทักษะอาชีพใหม่ให้ตรงกับความต้องการของตลาดที่จะเปลี่ยนไปหลังสถานการณ์โ ควิ ด สิ้ น สุดลง

ซึ่งได้มอบหมายให้ธนาคารรัฐออกผลิตภัณฑ์ สิ นเชื่ อต่างๆ ดูแลลู กค้าอย่ าง ต่อเนื่อง

ครอบคลุมทั้งกลุ่มลู กค้าบุคคล และภาคธุรกิจ พร้อมสร้างตลาดใหม่

ปรับปรุงตลาดเก่าให้ได้มาตรฐาน และยังมีนโยบายจัดกิจกร รมสัญจรตามภูมิภาค

เพื่อพบปะ รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้ได้รับการเยีย วย ากระตุ้ นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย

เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจจากชนบทสู่เมือง จากฐานรากสู่ระดับประเท ศ

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

กล่าวว่า เตรียมออกสินเชื่ อช่วยเหลือสนับสนุนเกษตรกร หลังจากที่สถานการณ์การแพ ร่ระบ าด เริ่มคลี่คลายแล้ว ได้แ ก่

1 สินเ ชื่ อ พอเพียงเพื่อเลี้ยงชีพ วงเงินรวม 1 หมื่นล้านบาท วงเงินกู้รายละไ ม่เกิน 5 หมื่นบาท

2 สินเ ชื่อนิวเจนฮักบ้ านเกิด วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท

3 สินเ ชื่อระยะสั้นฤดูการผลิตใหม่ เพื่อเป็นเงินทุนในการทำการเกษตรระยะสั้ น ปีการผลิต 2563/64 วงเงินรวม 1 แสนล้านบาท

วงเงินกู้รายละไ ม่เกิน 5 หมื่นบาท โดยทั้ง 3 โครงการอัตราดอกเบี้ ยผ่อนปรน

ซึ่งธ.ก.ส.จะเร่งนำเสนอโครงการ เพื่อให้คณะกรร มการธนาคารพิจารณาเห็นชอบโดยเร็วต่อไป

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า

ได้กำหนดแนวทางเยี ยวย า ฟื้นฟู ส่งเสริมอาชีพ คืนความสุข สร้างภูมิคุ้มกัน

ผ่าน 4 กระบวนการ คือ มาตรการเสริมสภาพคล่องต่อเนื่องหลังจากการพักชำระห นี้ เงินต้นและดอกเ บี้ย 6 เดือนสิ้ น สุด

ด้วยการพักชำระห นี้ต่ออีก 2 ปี โดยให้เลือกชำระดอกเ บี้ย 50-100%

ได้ตามความสามารถและยังคืนดอกเบี้ ยให้อีก 20% รวมถึงการปล่อย สินเชื่ อดอกเ บี้ยต่ำ

ระยะเวลาผ่อนนาน จำนวน 4 ประเภท วงเงิน สินเชื่ อประเภทละ 1 หมื่นล้านบาท รวม 4 หมื่นล้านบาท

ได้แ ก่ สินเชื่ อ สร้างงานสร้างอาชีพ สินเชื่ อก่อร่างสร้างตัวใหม่

สินเชื่ อคลายกังวล และสินเ ชื่อซอฟท์โลนเยี ยวย าผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกและท่องเที่ยว

นายกมลภพ วีระพละ รองกร รมการผู้จัดการ และรักษาการในตำแหน่งกร รมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเค ราะห์ (ธอส.)

กล่าวว่า ธอส. ได้จัดทำโครงการ ธอส.ปันน้ำใ จ เราไ ม่ทิ้งกัน เพื่อฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจหลังการแพ ร่ระบา ดของโ ควิ ด

ผ่านโครงการ บ้ าน ธอส.เราไ ม่ทิ้งกัน วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ให้กู้สำหรับบุคคลในครอบครัวของประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเราไ ม่ทิ้งกันของรัฐบาล

หรือบุคคลในครอบครัวของลู กค้า ธอส. ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ

โดยผู้กู้จะได้รับอัตราดอกเ บี้ยคงที่ 1.99% ต่อปี นาน 2 ปีแรก ปีที่ 3 ดอกเบี้ ย 3.75% ต่อปี ปีที่ 4 ดอกเบี้ ย MRR-2% ต่อปี

และปีที่ 5 จนตลอดอายุสัญญา กรณีลู กค้าสวัสดิการ ดอกเ บี้ย MRR-1.00%ต่อปี

กรณีรายย่ อย ทั่วไป ดอกเบี้ ย MRR-0.75% ต่อปี

ให้ผ่อนชำระนาน 40 ปี ยื่นคำขอกู้และทำนิติกร รมได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. – 30 ธ.ค. นี้

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กร รมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า หลังจากดำเนินมาตรการ ลด-พัก-ขย าย-ผ่อน-เพิ่ม

ซึ่งมีเอสเอ็มอีเข้าสู่มาตรการแล้ว 9.45 พันราย คิดเป็นมูลค่า 1.49 หมื่นล้านบาทแล้ว ธพว.

ยังดำเนินมาตรการช่วยเหลือภายใต้แนวคิดมอบวัคซีน

ความรู้คู่เงินทุน นอกจากการเติมเงินทุนดอกเบี้ ยต่ำแล้ว ธนาคารจะเติมความรู้ควบคู่ไปด้วย

เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถปรับตัวทางธุรกิจตอบโจทย์ผู้บริโภคยุค New Normal และดำเนินธุรกิจต่อเนื่อ ง อย่ าง ยั่งยืน

นายผยง ศรีวณิช กรร มการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย

กล่าวว่า ธนาคารได้ต่อยอดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือประชาชน

ด้วยโครงการ สิ น เชื่ อเราไ ม่ทิ้ ง กันกับธุรกิจรายย่อ ย รวมทั้งลู กค้าธุรกิจขนาดกลาง

หรือเอสเอ็มอีเพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ

และปรับธุรกิจให้สอดคล้องกับวิถีใหม่ โดยเฉพาะการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์

เพื่อช่วยยกระดับลู กค้ า เอสเอ็มอีเข้าสู่ธุรกิจในยุคดิจิทัล อ ย่ าง แท้จริง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร

กล่าวว่า กรมสรรพากรได้ออกมาตรการระยะสั้นเกี่ยวกับมาตรการด้านภาษี

ผ่านหลักปฏิบัติ 4 เรื่อง ได้แก่ เลื่อน เร่ง ลด และแรงจูงใ จ เพื่อดูแลและเยีย วย าผลกระทบจากโ ค วิ ด

โดยระยะต่อไปกรมฯ จะเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้นในช่วงที่ทุกคนอยู่บ้ านหยุดเชื้ อเพื่อชาติจนถึงเมื่อสถานการณ์ปกติ

เพื่อให้เกิดดิจิทัล ทรานฟอร์เมชั่นในทุกภาคส่วน โดยจัดทำระบบ แท็กซ์ ฟอร์ม โฮม

ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษีและการคืนภาษี

ไปจนถึงการจดทะเบียนต่างๆ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

เพื่ออำนวยความสะดวกและลดต้นทุนผู้เสี ยภาษี

ที่มา ข่ า ว ส ด

You might also like