ด่วน ทนาย ออกมาพูดแล้ว หลังพ่อชมพู่อาจโดนหมายจับ

159,044

วันที่ 28 ส.ค.63 ทีมข่าว ได้จำลองขึ้นไปนั่งรถไถส้มของนายอนามัย พบว่าเป็นรถขนาดเล็กกว่าของพ่อแบม เป็นรถคูโบต้า รุ่น L3608 ซึ่งจากการขึ้นไปนั่งพบว่ารถไถไม่มีช่องสำหรับซุกซ่อนอะไร

โดยช่องว่างหลังพนักพิงก็เล็กกว่ารถของพ่อแบม มีความกว้าง 10 เซนติเมตร ความยาว 60 เซนติเมตร ซึ่งไม่สามารถตั้งวางสิ่งของอะไรได้เลย ซึ่งทางพ่อแม่ของน้องชมพู่ ก็ต่างให้ข้อมูลตรงกันว่า บริเวณหลังพนักพิงไม่สามารถวางของหรือซุกซ่อนอะไรในรถไถได้

ส่วนการเปิดพับเบาะขึ้นนั้น ไม่สามารถขึ้นไปนั่งได้ แม้ว่าจะขึ้นไปนั่งก็ไม่สามารถขับได้ เนื่องจากเบาะพับไปตรงที่พวงมาลัย ไม่สามารถควบคุมทิศทางได้

ทีมข่าวสอบถาม นายไชย์พล วิภา และนางสมพร หลาบโพธิ์ ลุงกับป้าน้องชมพู่ เปิดเผยว่า ช่องหลังเบาะรถไถ ซึ่งก็มีช่องว่างอยู่ หากมองเรื่องพื้นที่กับร่างกายของน้องชมพู่ ตนมองว่าหากคิดแบบนี้พื้นที่ไหนก็ซ้อนน้องชมพู่ได้ เพราะน้องชมพู่หุ่นไม่ได้ตัวใหญ่มาก

ส่วนกรณีนี้ตนมองว่า นำเด็กไปซ่อนไม่ได้ เนื่องจากรถไถสามารถมองทะลุได้ง่าย อีกอย่างมีพยานอย่างร้านค้าที่เห็นน้องชมพู่มาซื้อของ ซึ่งเป็นช่วงหลังจากรถไถของพ่อชมพู่ออกไปแล้ว น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ยืนยันได้มากที่สุด

เมื่อสรุปความเป็นไปได้ กรณีคนร้ายจะนำเด็กไปซ่อนไว้ที่หลังเบาะรถไถ นายอนามัย บอกว่า เป็นไม่ได้ เช่นเดียวกับนายวัชรินทร์ และนายบุญทัน ชาวบ้านกกกอก บอกว่า เป็นไม่ได้ ส่วนนายไชย์พล วิภา บอกว่า เป็นไปได้ยากมาก

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

ทีมข่าว ได้โทรสอบถาม ทนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดัง หรือ เจ้าของเพจ สายตรงกฎหมาย เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 ส.ค.63 ตนจะเดินทางเข้าไปพูดคุยกับนายอนามัย วงศ์ศรีชา พ่อของน้องชมพู่ เรื่องที่ถูกสอบปากคำเพิ่มเติมว่า ถูกสอบปากคำเรื่องอะไรบ้าง และอาจจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกฎหมายต่อไป

โดยจากกรณีที่ตำรวจเรียกสอบปากคำพ่อของน้องชมพู่เพิ่มเติม หากมองในแง่ดี ตำรวจอาจจะมีข้อมูลไม่ครบ และพ่อของน้องชมพู่อาจจะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีความ จึงเรียกไปสอบปากคำเพิ่มเติม แต่หากมองในแง่ร้าย ตำรวจอาจจะกำลังจับผิดพ่อของน้องชมพู่ เพราะเวลาที่คนร้ายให้ปากคำ แต่ละครั้งคนร้ายจะให้ข้อมูลไม่เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า ตำรวจมีหลักฐานอะไรอยู่ในมือบ้าง ด้วยเหตุนี้จะต้องรอดูท่าทีของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

คลิป

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว

You might also like