เอาแล้ว งานนี้มีพลิกคดี คลิปเสียงใช้เป็นพยานประกอบคดีได้

1,416

กรณีแหล่งข่าวหญิงสาวรายหนึ่ง ได้นำคลิปสนทนากับคนในบ้านกกกอก โดยบทสนทนาเป็นข้อมูลของคดีน้องชมพู่ คนในบ้านกกกอกรายนี้ได้ให้ข้อมูล ในการเผาศพ น้องชมพู่ ว่าถ้ายังติดใจในสาเหตุการตาย ก็ไม่ต้องรีบเผาศพลูก อีกทั้งเสียงหญิงสาวปริศนารายนี้ ยังตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดสภาพศพ “น้องชมพู่” เข้าไปในป่าลึกขนาดนั้น แต่ไม่มี รอยยุงกัด ชาวกกกอกรายนี้ก็บอกด้วยว่า สภาพศพน้องไม่มีรอยยุงกัดเลย คิดว่า น่าจะตายจากบ้าน หรือตายจากที่อื่นแล้วไปทิ้ง คงไปทิ้งไว้ตอนกลางคืน ถ้าเป็นกลางวันเขาไม่น่าจะทิ้งไว้ตรงนั้น

สาเหตุที่รู้ว่า พ่อแม่น้องชมพู่ หายออกจากบ้านไปช่วงกลางดึก เพราะว่า เช้าวันที่ 12 เวลาประมาณ 06.00 น. วันนั้นตื่นขึ้นมาล้างหน้าแล้วไปบ้านแม่น้องชมพู่ เพื่อวางแผนการค้นหากัน แต่ไม่เห็นทั้งคู่ จึงถามน้าเสริม เพราะว่าบ้านใกล้กัน น้าเสริมเขาก็บอกว่า เห็นขึ้นไปหาลูกตั้งแต่ตี 3 ยังไม่ลงมา แต่น้าเสริม เป็นญาติกัน จึงไม่ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลัวจะเป็นผลเสียกับพ่อแม่น้องชมพู่ และที่ น้าเสริม ต้องกลับคำให้การ เพราะว่า คือถ้าให้การอย่างนั้น พ่อแม่น้องยิ่งเป็นประเด็นน่าสงสัย

คลิปเสียงปริศนาจากยูทูบช่องหมอปลา ได้ปล่อยคลิปเสียงชาวบ้านกกกอก คุยกับผู้หญิงรายหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องที่ พ่อแม่น้องชมพู่ เดินขึ้นเขา และกลับคำให้การตำรวจเรื่อง น้องสะดิ้งหลับ รวมไปถึง น้าเสริม บุคคลสำคัญที่ทราบว่า พ่อแม่น้องชมพู่ หายขึ้นเขาไปตอนตี 1 – 3 แต่กลับคำให้การกับตำรวจว่าไม่รู้ไม่เห็น

ล่าสุดวันที่ 20 ก.ย.63 ผู้สื่อข่าวทราบว่าลุงพลเดินทางมาหารือกับหมอปลาที่บ้านพักใน จ.เพชรบุรี เกี่ยวกับคลิปเสียงดังกล่าว จึงได้สอบถามว่าลุงพลได้ฟังคลิปดังกล่าวหรือยัง และมีความรู้สึกอย่างไร ลุงพล เปิดเผยว่า หากเสียงสนทนานั้นเป็นเรื่องจริง คดีนี้คงจะจบในเร็ว ๆ นี้ และคิดว่าคลิปนี้จะเป็นหลักฐานและมีประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างแน่นอน และหากเป็นเรื่องจริงก็อยากให้เปิดเผยรายละเอียดเรื่องราวต่าง ๆ ให้สังคมได้รับรู้

ขณะที่หมอปลา กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยลุงพลและทนายความได้หารือกันแล้วว่า หากในช่วงเวลาอันใกล้นี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ ตนพร้อมลุงพลและทนายความจะนำคลิปเสียงตัวจริง เดินทางไปพบกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เพื่อขอคำอธิบายว่า เรื่องราวเป็นมาอย่างไร เพราะที่ผ่านมาการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันตนไม่มั่นใจในการทำงานเพราะปล่อยให้ลุงพลถูกกระทำโดยไม่มีการออกมาปกป้อง ทั้งที่ถ้าเป็นไปตามบทสนทนาในคลิปเสียง ตัวลุงพลเองเป็นผู้เสียหายจากการกระทำดังกล่าว

พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช ฉายาสารวัตรแรมโบ้ อดีตผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และอดีตสารวัตรกองปราบนครบาล เปิดเผยว่า คลิปที่ยูทูบช่องหมอปลา ปล่อยออกมาในโลกออนไลน์ มีประโยชน์มาก ทำให้เรารู้ว่า ใครอยู่จุดที่เกิดเหตุ และอยู่ใกล้ศพน้องชมพู่มากที่สุด

คลิปนี้เชื่อถือได้ เป็นการสนทนา เรื่องคนสองคนคุยกัน ระบายความในใจถึงพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น และรู้รายละเอียดว่า ใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร เป็นประโยชน์มาก ทั้งนี้คลิปดังกล่าวใช้เป็นแนวทางการสืบสวนสอบสวนได้ส่วนหนึ่ง และใช้เป็นพยานประกอบกับคดีได้ จะทำให้ตำรวจขยับตัวมากขึ้นแน่นอน และทำให้ตำรวจเชื่อมั่น รู้มุกของคนร้าย และรู้เป้าหมายชัดเจนขึ้น

ทีมข่าว สอบถาม ผศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ในประเด็นแรก คลิปเสียงดังกล่าว จะมีประโยชน์กับตำรวจในแง่ของการสืบสวน โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

1. จะต้องพิสูจน์ว่าเป็นคลิปเสียงจริงหรือไม่ และเป็นเสียงของใครพูด

2. จะต้องไปสอบถามจากบุคคลในคลิปเสียง ว่าใช่เสียงเขาจริงหรือไม่

3. สอบถามพ่อแม่น้องชมพู่ว่าในช่วงเวลานั้นไปอยู่ที่ไหน เดินขึ้นเขาจริงไหม แล้วใครสามารถยืนยันได้ ประเด็นต่อมา คลิปเสียงดังกล่าวจะนำสืบไปถึงเรื่องอะไรได้บ้าง ดร.กฤษณพงค์ บอกว่า ถ้าพบข้อพิรุธตำรวจจะต้องซักต่อว่า พิรุธอย่างไร แล้วข้อเท็จจริงคืออะไร เพื่อพิสูจน์ให้สิ้นสงสัย

You might also like