คลิปเสียงไม่เป็นผล ป้าแต๋นเครียด ลุงพลพูดโกหก

238

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก หมอปลาช่วยด้วย เผยแพร่คลิปเสียงสนทนาของหญิงกับชายคนหนี่งที่มีเสียงคล้ายกับนายนิ่ม เงินนาม ผู้ใหญ่บ้านกกกอก โดยเนื้อหาการสนทนาจะเกี่ยวกับคดีของน้องชมพู่ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันที่ 25 ก.ย.63 ที่บ้านนายไชย์พล หรือลุงพล และนางสมพร หรือป้าแต๋น ลุงป้าน้องชมพู่ นายจีระพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา มือปราบสัมภเวสี พร้อมด้วยทีมงานเดินทางมาเจอกับลุงพล-ป้าแต๋น เพื่อจะพูดคุยกัน ก่อนเดินทางไปที่สภ.มุกดาหาร เพื่อนำหลักฐานเป็นคลิปความเสียงเต็ม ความยาวกว่า 1 ชั่วโมงเศษ รวม 6 คลิป มอบให้ผู้การตำรวจมุกดาหาร เพื่อประโยชน์ทางคดี

จากนั้นในช่วงเวลาประมาณ 09.40 น. นายธนกฤต หลาบโพธิ์ สามีผู้ใหญ่บ้านขัวสูง ในฐานะพยานของพ่อน้องชมพู่ เดินทางมาที่บ้านลุงพล ได้เจอกับหมอปลา ซึ่งหมอปลาได้กล่าวคำชื่นชม ที่นายธนกฤตกล้าออกมายืนยันช่วงเวลาเจอพ่อที่ไม่ตรงกับที่พ่อพูด และยังออกมาพูดทามกลางช่วงที่หลายฝ่ายกล้า ๆ กลัว ๆ จึงได้มอบเสื้อโปโลสีฟ้า 1 ตัว และเงินสด 2,000 บาท ให้นายธนกฤต เพื่อมอบให้เป็นขวัญและกำลังใจ

นายธนกฤต นั่งพูดคุยกับที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านลุงพล กับหมอปลา โดยยืนยันว่า เห็นอะไร เจอสิ่งไหน ก็พูดออกไปตามความเป็นจริง ไม่เคยพูดโกหก ที่สำคัญอยากจะฝากบอกถึงใครบางคนที่มีการสนทนาอยู่ในคลิปเสียง โดยให้ออกมารับความจริง พูดแบบไหนไว้ก็ให้ออกมายอมรับต่อสื่อ อย่ามัวแต่ปอดแหกและถ้าคนที่อยู่ในคลิปเสียงอ้างว่าเป็นคำโกหก ตนก็อยากจะให้โกหกต่ออีกซัก 1 ชั่งโมง เพราะตนจะได้รู้ความจริงจากคำโกหกเหล่านั้น ส่วนตัวรู้จักกับคนในคลิปเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ปกติจะมีการพูดคุยและปรึกษากันเกือบทุกเรื่อง ดังนั้นถ้าหากตนมีตำแหน่งสูงในหมู่บ้าน แต่สุดท้ายไม่สามารถที่จะยอมรับความจริงในสิ่งที่พูดได้ อยากจะให้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านไปตามผู้นำ คือ “หมู่บ้านกลับกลอกส่วนตัวไม่ได้ตั้งใจเจตนาว่าหรือกล่าวหาคนในหมู่บ้าน แต่เจตนาพูดถึงผู้นำชุมชน เพราะไม่ยอมรับความจริง

วันเดียวกันนี้ หมอปลา ได้ชื้อกล้องหน้ารถจำนวน 1 ชุด ประกอบด้วยกล้องหน้า แบบกระจก และกล้องหลัง มาติดตั้งที่รถของลุงพล เพื่อบันทึกระหว่างการเดินทาง ป้องกันบุคคลที่อาจแฝงตัวเข้ามาประสงค์ร้าย หรือระหว่างทางหากมีเหตุ สามารถบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานได้

จากนั้นหมอปลาซื้อกล้องขนาดเล็ก จำนวน 3 ตัว ซึ่งจะใช้เพื่อติดตัวของลูกชายลุงพล 2 คน โดยจะติดไว้ที่หน้าอก และหมา 1 ตัว ชื่อเจ้า นิ๊ก สุนัขเพศผู้ เพื่อสำหรับเก็บภาพเรื่องราว และเหตุการณ์ประจำวัน เนื่องจากช่วงนี้คดีเริ่มเข้มข้นมาขึ้น อาจมีกลุ่มคนไม่ประสงค์ดีเข้ามาก่อเหตุก็ได้

กระทั่งเวลา 13.30 น. ทนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ นายกฤษฎา โลหิตดี หรือทนายโนบิตะ พร้อมด้วย นายจีระพันธ์ เพชรขาว หมอปลา และลุงพล-ป้าแต๋น เดินทางไปยัง สภ.มุกดาหาร นำเอกสารปิดผนัก ซึ่งมีจดหมาย และไฟล์เสียงที่พลเมืองดีส่งมาให้หมอปลา โดยนำไปมอบให้ตำรวจเพื่อเร่งรัดคดีและขอให้คดีมีความคืบหน้า ในการติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษ ซึ่งมีตัวแทนของพลตำรวจตรีอรรถพงศ์ พิมลศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้เดินทางมารับหนังสือแทน คือ พันตำรวจเอกสมจิตร เหล่ามงคลนิมิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

ทนายโนบิตะ บอกว่า วันนี้คดีน้องชมพู่ผ่านไปแล้วกว่า 137 วัน แต่การสอบสวนจะไม่มีความคืบหน้า และยังไม่มีการจับคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมาย จึงได้เรียกร้องเพื่อขอให้ตำรวจทำงานในคดีนี้ พร้อมทั้งนำคลิปเสียง ซึ่งได้รับจากพลเมืองดี เป็นความยาวกว่า 1 ชั่วโมงกว่า รวม 6 คลิป เป็นคลิปยาว 1 คลิปสั้น 5 คลิป

อีกทั้งยังขอให้ตำรวจดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการ ตามข้อเรียกร้อง 5 ข้อ คือ 1. ขอให้ตรวจสอบบุคคลที่อยู่ในคลิปเสียง ว่ามีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงทางคดีหรือไม่ 2.มีตำรวจบางคน เชื่อมโยงคดีเข้ากับตัวลุงพล เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ 3.มีการทำลายหลักฐาน โดยการเร่งรัดให้มีการฌาปนกิจศพน้องชมพู่ 4.มีบุคคลขึ้นไปค้นหาน้องชมพู่เพียงลำพังบนเขา วันที่ 12 พ.ค.63 และ 5.มีกลุ่มคนบางคนพยายามปรักปรำ ใส่ร้ายลุงพลว่าเป็นผู้ต้องหา

นายจีระพันธ์ เพชรขาว หมอปลา บอกว่า ส่วนตนอยากจะฝากถามแทนลุงพล รวมถึงชาวบ้านทั่วไป กรณีการบุกเข้ามาตรวจค้นบ้าน นำทรัพย์สินออกไปจากบ้าน ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวทำถูกต้องหรือไม่ แล้วมีการออกหมายเรียกหรือหมายค้นหรือไม่ แล้วการปฏิบัติหน้าที่ใช้อำนาจหน้าที่ใด อีกทั้งยังฝากถามเกี่ยวกับการทำงานของตำรวจมุกดาหาร ว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องกับการสั่งให้นักข่าวจับผิด และเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของลุงพลหรือไม่ เพราะมีการให้ข้อมูลว่า ลุงพลเกี่ยวข้องกับคดีน้องชมพู่

ภายหลัง พันตำรวจเอกสมจิตร เหล่ามงคลนิมิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เชิญให้ทนายความ ลุงพล-ป้าแต๋น เข้าไปภายในห้องสอบสวน เพื่อให้ปากคำและบันทึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานที่นำมามอบให้ รวมถึงมีการสอบเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ทางคดี

โดยในห้องสอบสวน สังเกตว่า มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ที่มีการลงพื้นที่เก็บหลักฐาน และดีเอ็นเอ ที่บ้านของลุงพล ในช่วงแรกที่คดีเริ่มต้น โดยพนักงานสอบสวนทั้งหมดนั่งอยู่ภายในห้องด้วย ทนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ เปิดเผยว่า คลิปที่นำมามอบให้ตำรวจวันนี้ ไม่ใช่คลิปที่ดึงหรือเอามาจากโลกออนไลน์ แต่คือพลเมืองดีส่งมาให้ทีมหมอปลา ดังนั้นจึงได้นำคลิปไฟล์เต็ม ที่ไม่ผ่านการตัดต่อ มามอบให้ตำรวจเพื่อให้มีประโยชน์ทางคดีน้องชมพู่ และเนื้อหาส่วนใหญ่ก็มีมูลความจริง แต่หากสาระสำคัญถูกบอกว่า เป็นเนื้อหาอันเป็นเท็จ หรือไม่เป็นความจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะใช้เป็นหลักฐานหรือเชื่อมโยงต่อไม่ได้

ดังนั้นส่วนตัวในฐานะทีมที่นำคลิปมามอบให้กับตำรวจ ก็ไม่ได้มีความผิดแต่อย่างใด เพราะตนในฐานะผู้นำคลิปมามอบให้ และเป็นประโยชน์ต่อคดี ไม่ใช่คนทำคลิป หรือเป็นคนบิดเบื้อน ดังนั้นจึงไม่กังวล นางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น ป้าน้องชมพู่ เปิดเผยภายหลังเข้าพบตำรวจ สภ.มุกดาหาร ว่า หลังจากที่ลุงพลกลับออกมา ก็ไม่มีความเครียดแต่อย่างใด ยังคงเดินร้องเพลงพึมพำ ออกมาพร้อมกับทนายความ ซึ่งมีเนื้อหาว่า อาจารย์นักดนตรีลงศูนย์ เพลงน้ำตาย้อยโป๊ะ จินตหรา ตนเชื่อว่าการเข้าพบกับตำรวจครั้งนี้ลุงพลไม่ได้มีความเครียด

แต่วันนี้ ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับตำรวจ ซึ่งตำรวจยังคงสงสัยในตัวลุงพล โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ยังไม่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น 7 นาที หรือ 15 นาที ก็เหมือนเวลายังไม่นิ่ง เปลี่ยนไปมา ทำให้ตำรวจยังคงติดใจเรื่องประเด็นช่วงเวลาที่ลุงพลไปวัด ไปขนกระสอบข้าว ตนก็ไม่รู้ว่าตำรวจสับสนหรือยังไม่เคลียร์ในประเด็นใด

ทั้งนี้ตำรวจยังบอกกับตนว่า ลุงพลโกหก ยังไม่พูดความจริงกับป้าแต๋นทั้งหมด ซึ่งตนก็ได้แย้งกับตำรวจทันทีว่า ลุงคนไม่เคยโกหก และอยู่ด้วยกันตลอด มีเพียงแค่ช่วงเวลาที่ขึ้นไปรับพระเท่านั้นที่แยกกัน ดังนั้นจึงไม่อยากให้ตำรวจพุ่งเป้า หรือมองในที่ประเด็นนี้ ส่วนเรื่องกระสอบข้าว ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นที่ซุกซ่อนน้องชมพู่นั้น ส่วนตัวขอยืนยัน กระสอบข้าวให้ไปย้อนถามทางวัด เพราะเป็นคนบรรจุข้าวลงในกระสอบ จากนั้นลุงพลก็เป็นคนยกขึ้นรถ แล้วมีบางช่วงที่ฝนตก โดยเฉพาะตอนขากลับ มีการย้ายจากด้านหลังกระบะเอามาไว้ที่ในตัวรถ และลักษณะของกระสอบข้าว ก็เป็นกระสอบทั่วไป

You might also like