ก.ทรัพยากรฯ เตือนภัย 10 จังหวัด เฝ้าระวัง น้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่ม หลัง พายุนังกา เตรียมถล่ม

160

จากกรณีน.ส.กรรวี สิทธิชีวภาค รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 4 พายุโซนร้อนนังกา บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14–16 ต.ค.นี้ โดยเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้พายุโซนร้อนนังกา มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 150 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเกาะไหหลำ ประเทศจีน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว ประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ เข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย และประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 14-15 ต.ค.นี้ โดยจะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นในบริเวณด้านตะวันออก และตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรงดการเดินเรือในระยะนี้

ล่าสุด กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกประกาศฉบับที่ 13 / 2563 ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายกรมทรัพยากรธรณี และประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี, ตราด, ระนอง พังงา กระบี่ สตูล ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากระหว่างวันที่ 13 – 15 ตุลาคม 2563

โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยได้แก่ อำเภอ บ่อไร เกาะช้าง เขาสมิง จังหวัดตราด ,อำเภอคิชฌกูฏ ขลุง สอยดาว มะขาม จังหวัดจันทบุรี ,อำเภอกระบุรี ละอุ่น เมือง สุขสำราญ จังหวัดระนอง ,อำเภอตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า คุระบุรี กะปง ท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ,อำเภอเขาพนม เมือง จังหวัดกระบี่ ,อำเภอควนโดน ทุ่งหว้า มะนัง ควนกาหลง จังหวัดสตูล ,อำเภอปะเหลียน ย่านตาขาว นาโยง ห้วยยอด จังหวัดตรัง อำเภอพนม บ้านนาสาร กาญจนดิษฐ์ คีรีรัฐนิคม ท่าชนะ ไชยา ท่าฉาง วิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ,อำเภอร่อนพิบูลย์ ลานสกา นพพิตำ พิปูน ฉวาง ทุ่งสง นาบอน ช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ,อำเภอศรีบรรพต ศรีนครินทร์ กงหรา ตะโหมด จังหวัดพัทลุง

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุระดับ 3 (พายุโซนร้อน) นังกาบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเวียดนนามตอนบน ในช่วงวันที่ 14 -15 ตุลาคม 2563 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักอย่างต่อเนื่อง และในบางพื้นที่ที่วัดปริมาณน้ำฝนในรอบ24ชั่วโมงได้มากกว่า 120 มิลลิเมตร ทำให้ชั้นดินบนภูเขาอุ้มน้ำไว้มาก ซึ่งอาจเกิดดินถล่มได้

ดังนั้นจึงขอให้อาสาสมัครเครือข่ายกรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังและวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งเตือนและบอกกับประชาชนในหมู่บ้านให้รับทราบและแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังตามที่ได้มีการฝึกอบรมกันไว้

ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม ได้ประสานศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทุกเหล่าทัพเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ เตรียมรับมือกับพายุ ระหว่างวันที่ 14-16 ต.ค.นี้ ซึ่งจะมีผลให้ฝนตกหนักเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอีสานตอนบน ภาคตะวันออก ภาคกลางและภาคใต้

โดยขอให้หน่วยทหารในพื้นที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ในพื้นที่ ที่อาจมีปริมาณน้ำสะสมเกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน โดยขอให้เตรียมพื้นที่ปลอดภัย จัดตั้งจุดอพยพ และเตรียมการช่วยเหลือขนย้ายประชาชน ออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัยให้ทันกับเหตุการณ์ พร้อมทั้งให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ให้การช่วยเหลือเร่งด่วนในพื้นที่วิกฤตอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อลดความเสียหายและการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

You might also like