สภานายจ้าง เผยบัณฑิตใหม่-เก่า ตกงาน เกือบล้านคน ว่างงานเกือบ 3 ล้าน

67

วันที่ 1 ม.ค.64 นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมปี 2564 ทุกฝ่ายคงต้องเหนื่อยกันต่อ ทั้งในประเทศไทยและประเทศทั่วโลก ที่ยังเผชิญกับผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ CV-19 และกลายเป็นปัญหาสะสมต่อกำลังซื้อกำลังบริโภคและการลงทุนไม่ดีขึ้นเท่าที่คาดหวังไว้

โดยเฉพาะการเกิด CV-19 รอบใหม่และเกิดในช่วงขึ้นปีใหม่ ทำให้การใช้จ่ายภายในประเทศชะลอตัวลงไปอีก ส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสโลดาว(slow down) ส่วนการขยายตัวของจีดีพีไทยในปีนี้ ขึ้นกับการแพร่ของ CV-19 มากหรือน้อย ซึ่งพบว่าตอนนี้การติดได้เร็วและง่ายกว่าปกติ แต่อาการยังไม่รุนแรงเท่ากับสมัยก่อน และช่วงสัปดาห์แรกรัฐบาลยังควบคุมได้ดี ประกอบกับประชาชนมีความตื่นตัวต่อการควบคุมตัวเอง ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ล้างมือ เว้นระยะห่าง งดกิจกรรม งดเดินทาง ลดเสี่ยงพบปะเป็นหมู่คณะหรือเข้าไปร่วมแหล่งคนพลุกพล่าน

“ช่วง 2 สัปดาห์หลังจากเกิดการแพร่อีกครั้งในไทย จะเป็นตัววัดว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นไหมและดีต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ที่พูดกันว่าไตรมาส 2 ปี 2563 ถึงจุดต่ำสุดของวิกฤตแล้ว และเศรษฐกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ผมมองตรงกันข้าม

ส่วนตัวมองว่า CV-19 รอบใหม่ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่ยังมีตัวเลขผู้ติดสูงขึ้น ผลกระทบทุกด้านทั่วโลกยังสูง เชื่อว่า เศรษฐกิจไทยก็ยังไม่ผ่านวิกฤตต่ำสุด ส่วนจะติดลบแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการแพร่ CV-19 ในช่วงต้นปีนี้ และปัญหาเดิมรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ผมมองว่าปัญหากำลังซื้อหดตัว ธุรกิจได้รับผลกระทบเพิ่ม สภาพคล่องแย่ลง ส่งออกได้ยากขึ้น ลงทุนยังไม่เกิดในเร็วๆนี้ ยิ่งทำให้จีดีพีต่ำลงลึกกว่าปีก่อนมาก” นายสมโภชน์ กล่าว

นายสมโภชน์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหลายประเทศจะเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ รวมถึงรัฐบาลไทยก็ต้องมีการออกแพคเกจเพิ่มเติม หรือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการการเติมเงินประชาชน ลดต้นทุนธุรกิจ พยุงการจ้างงาน และรักษาสภาพคล่องของธุรกิจ

ด้าน นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมการจ้างงานในปี 2564 คาดว่าอัตราการว่างงานของแรงงานไทยยังคงสะสมอยู่ในระดับ 2.9 ล้านคน ปรับตัวลดลงเล็กน้อยตามทิศทางเศรษฐกิจที่จะฟื้นตัวมากขึ้น แต่จะเป็นลักษณะของการค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากการแพร่ของ CV-19 ยังคงมีอยู่ ส่งผลให้แรงงานไทยที่มี 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.แรงงานในตลาดแรงงานปัจจุบัน 2.แรงงานที่ตกงาน และ3.แรงงานใหม่ที่เตรียมเข้าสู่ตลาดแรงงาน ยังคงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสูง เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างต้องเร่งปรับลดรายจ่ายลงเพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอด

นายธนิต กล่าวว่า ส่วนแรงงานใหม่เสี่ยงตกงานสะสมซึ่งเป็น นักศึกษาจบใหม่ที่คาดว่าจะเข้ามาในระบบอีกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ประมาณ 5 แสนคน จะส่งผลให้เมื่อรวมกับนักศึกษาที่จบไปแล้วปี 2563 แต่ยังไม่มีงานทำประมาณเกือบ 4 แสนคน หรือมียอดสะสมประมาณ 9 แสนคน แม้ในจำนวนนี้จะตรงต่อความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล แต่เชื่อว่าปัจจุบันยังมีความต้องการไม่มาก ซึ่งความต้องการอาจเพิ่มขึ้นในปี 2565-2566 เมื่อถึงตอนนั้นจำนวนแรงงานที่จบใหม่อาจไม่พอต่อความต้องการของตลาดดิจิทัลก็ได้ เนื่องจากนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นสาขาที่ไม่ตรงต่อความต้องการตลาดอยู่ดี

You might also like