ลุงพล ขนดินบ้านเพื่อน จ่อหาเงินแสนประกันตัว

435

จากกรณีนายไชยพล วิภา ลุงเขยของน้องชมพู่ ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีน้องชมพู่ ได้แสดงอาการไม่เหมาะสมกับสื่อมวลชน จนเกิดเป็นข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลุงพลหลังจากที่ถูกนำเข้าเครื่องจับเท็จ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 4 ก.พ.64 เวลา 16.00 น. นายพรภิรมย์ อุระแสง ผอ.ศูนย์ป่าไม้มุกดาหาร นายวีระ ใสแก้ว หัวหน้าหน่วยป้องกันป่าที่ มห.2 (ดงหลวง) และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.กกตูม เอาผิดทุกคนที่ร่วมโค่นต้นไม้กับลุงพล โดยจะตั้งข้อหา 3 ข้อหากับ 11 คนดังต่อไปนี้

1.ผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 11 ฐาน ร่วมกัน ทำไม้ หรือทำด้วยประการใด ๆ แก่ไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

2.ผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตร 69 ฐาน มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตรา ค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

3.ผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ฐาน ทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้เข้าแจ้งความเอาผิด 11 บุคคล ได้แก่ 1.นายไชย์พล วิภา 2.นางสมพร หลาบโพธิ์ 3.นายพงษ์ ยูทูเบอร์ 4.นายชิต ยูทูเบอร์ 5.นายนิคมพละสิทธิ์ ยูทูเบอร์ 6.จ่าเอ็ม ยูทูเบอร์ 7.นายนุ ยูทูเบอร์ 8.นายโจ้ ยูทูเบอร์ 9.นายธนากร ทนันไธสง หรือ นายอ๋อ ยูทูเบอร์ 10.ชาวบ้านกกกอกซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นใคร และให้พนักงานสอบสวนขยายผล และ 11.นายชาญชัย ยูทูเบอร์

อย่างไรก็ตาม สำหรับ 11 รายชื่อดังกล่าว เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากกระทำผิดอย่างชัดเจน แต่ยังมียูทูเบอร์และชาวบ้านคนอื่นอีกหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะรวบรวมหลักฐานเอาผิดเพิ่มเติม และจะส่งต่อให้พนักงานสอบสวน สภ.กกตูม สอบสวนและขยายผลต่อไป

กรณีที่มีการตรวจสอบการถมดินข้างบ้านลุงพล ก่อนก่อสร้างพญานาค โดยพบว่าขุดดินจากพื้นที่ในหมู่บ้านกกกอก-กกตูม โดยเป็นที่ผืนป่า อาจมีการดำเนินคดีกับกลุ่มที่ปรับหน้าดิน ขุดดิน และเจ้าของที่ดิน หากพบว่ามีการซื้อขายกัน

ผู้สื่อข่าว เดินทางไปตรวจสอบแปลงนาที่อยู่ห่างจากบ้านลุงพล ประมาณ 250 เมตร ทราบว่าในวันที่มีการถมดินข้างบ้านลุงพล เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับสร้างพญานาค ได้มีการขุดดินบริเวณแปลงนาดังกล่าว เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ เพื่อนำไปถมที่ ทีมข่าวได้ตรวจสอบพบว่า เจ้าของที่ดินผืนดังกล่าวเป็นของครูเกษียณอายุราชการ ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านกกตูม

เมื่อไปถึงบริเวณแปลงนา ที่มีการขุดดินออกไปถมที่ข้างบ้านลุงพล พบว่าถูกขุดลึกลงไปประมาณ 1 เมตร ฝั่งที่ติดกับถนนมุ่งหน้าหมู่บ้านกกกอก และในปัจจุบันยังพบว่าเป็นลักษณะดินแดงให้เห็นอยู่ จึงทำให้เห็นร่องรอยการขุดดิน และการขนดินขึ้นไปบนเนินถนน มุ่งหน้าไปทางบ้านลุงพล

นางเพ็ญ (นามสมมติ) ภรรยาเจ้าของที่ดินที่ เปิดเผยว่า ตนได้รับการติดต่อมาจากลุงพล จะขอขุดดินไปถมที่ แต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปถมตรงไหน โดยตอนนั้นตนตั้งใจจะปรับที่นา จากเดิมที่เป็นพื้นที่ไม่เรียบเสมอกัน ช่วงเพาะปลูกน้ำไหลไม่ทั่วถึง จึงได้ตั้งใจว่าจะปรับหน้าดินใหม่ ซึ่งคาดว่าลุงพลทราบข่าว จึงได้อาสาเข้ามาทำให้ ตนไม่ได้มีการขายหน้าดิน ไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะไม่ได้ตกลงชื้อขายที่ดินกัน เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่มีคนมาปรับหน้าดินให้เรียบเสมอกัน พร้อมรับการเพาะปลูกข้าว

หลังจากลุงพลมาติดต่อขอปรับที่นาให้ไม่ถึง 2 วัน ก็ใช้รถตักดิน รถบรรทุกมาขนดินออกจากที่นา ใช้อีกเวลา 2-3 วัน จนกระทั่งเสร็จสิ้น แต่ก็ไม่มาแจ้งให้ตนทราบอีกว่า ทำเสร็จแล้ววันไหนอย่างไร จากนั้นก็ได้ไปติดต่อกับแปลงนาและที่ดินอื่น ๆ เพื่อไปขุดดินเพิ่ม แต่ตนไม่รู้ว่าเป็นที่ของใคร แต่ยืนยันว่า เป็นการแบ่งปันที่ดิน ไม่ใช่การชื้อขาย ที่สำคัญที่ดินดังกล่าวเป็นที่ ส.ค.1 สำหรับทำกินและอยู่อาศัย เป็นที่ที่ได้รับส่วนแบ่งมาจากมรดกปู่ย่าตายาย

แต่หากจะถูกดำเนินคดีในฐานะเจ้าของที่ดิน ที่นำไปใช้ในการถมที่สร้างพญานาค ตนไม่ทราบเจตนาของการนำดินไปถมในสถานที่อื่น เพราะทราบแต่เพียงว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีคนมาปรับหน้าดินให้ ไม่ต้องเสียเงิน และทำให้หน้าดินเรียบเสมอกัน พร้อมที่จะเพาะปลูกข้าว ดังนั้นตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและรู้เห็น ตนก็รู้แต่เรื่องในมุมของชาวบ้านว่า เป็นการช่วยเหลือ ต่างตอบแทนกันและกัน ไม่มีเรื่องผลประโยชน์

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้คุยกับ คนขับรถบรรทุกขนดิน ในวันที่มีการขนดินออกจากที่นาของนางเพ็ญ ให้ข้อมูลว่า ได้รับงานมาจากผู้รับเหมารายใหญ่ โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 250 บาท แต่ต้องแบ่งไปให้ รถตักดิน 100 บาท รถไถปรับหน้าดิน 50 บาท ได้รับเข้ากระเป๋า 100 บาท ซึ่งวันที่ไปรับจ้างขนดิน 25-30 เที่ยว เป็นเงิน 7,500 บาท ได้เงินใช้เอง 3,000 บาท

โดยหลังจากที่ได้รับการว่าจ้างและขอให้นำรถบรรทุกไปช่วยขนดิน ตนก็ไปทำในฐานะที่ถูกว่าจ้าง ไม่ได้รู้ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของใคร แต่มีนายไชย์พล และป้าแต๋น เป็นคนแจกบัตรคิวสีชมพู เพื่อนำบัตรไปแลกกับค่าเที่ยวรถ ส่วนเรื่องของความกังวลว่าจะถูกดำเนินคดี ตนมองว่าในวันดังกล่าวยังมีรถอีกหลายคันที่มารับงาน หากจะมีคนใดคนหนึ่งถูกดำเนินคดีก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่เชื่อว่าทั้งหมดที่มารับจ้าง ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นว่าเป็นการปรับที่เพื่อจะสร้างพญานาคในเขตป่าไม้

You might also like