‘ทนายตั้ม’ แจงรับ 5 แสน ‘ลุงพล’ มีเงิน 10 ล้าน? มีทีเด็ดปมพระพูด โต้ใบสั่งฉีกหน้า ผบ.ตร.

313

‘ทนายตั้ม’ แจงรับ 5 แสน ‘ลุงพล’ มีเงิน 10 ล้าน? ยันไม่จริง ตอบปมมือถือเครื่องเดียว รับสนิทบิ๊กโจ๊ก ไม่ใช่เกมการเมือง โต้มีใบสั่งฉีกหน้า ผบ.ตร.

รายการโหนกระแสวันที่ 9 ก.พ.64 “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 เปิดใจสัมภาษณ์ “ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด” ทำไมอยู่ดีๆ มาเป็นทนายให้ “ลุงพล”

ทำไมอยู่ดีๆ มาเกี่ยวข้องกับคดีลุงพล เท่าที่ทราบ ทนายตั้มไม่เคยปรากฎตัวต่อหน้าสื่อพูดเรื่องลุงพลเลย ไม่พูดถึงบ้านกกกอกด้วยซ้ำไป อยู่ดีๆ ตูม จะไปบ้านกกกอก ดูคดีให้ลุงพล?
“ยอมรับกับคุณหนุ่มตามตรง ตั้งแต่เกิดคดีมา ไม่เคยดูรายละเอียดอะไรข่าวนี้เลย ปกติเป็นทนายคดีไหน ผมจึงจะไปโฟกัสและสนใจ แต่คดีนี้ตอนแรกไม่มีใครมาขอให้เป็นทนายความ ผมเลยไม่สนใจข่าวนี้เลย เห็นแต่ลุงพลตามหน้าสื่อ เจอลุงพลเต้นเพลงเต่างอย ดูแค่นี้แหละ ไม่ได้ดูอะไรยังไง ตอนนี้เริ่มนับหนึ่งใหม่หมดเลย เคยเห็นแต่ไม่เคยสนใจ ไม่รู้รายละเอียด”

การเข้ามาดูคดีนี้?
“ลุงพลโทรหาผมหลายครั้ง อยากให้ไปเป็นทนายให้ในคดีนี้ ลุงเขาก็พูดผ่านทีวีว่าอยากได้ทนายตั้ม ลุงเขาบอกเชื่อมั่นในฝีมือของผม”

ขอเป็นพระเอกในหัวใจพล?
“ชื่อตอนวันนี้เลยใช่มั้ย (หัวเราะ) ผมก็ทำหน้าที่ตามปกติ ทำตามเงื่อนไขทั้งหมดก่อน ไม่ได้ไปรีบเสนอตัวอะไรมาก”

ครั้งแรกบอกว่าขอไปดูด้วยตาตัวเองก่อน ถ้าเด็กเดินขึ้นไปเองไม่ได้ อาจไม่ทำคดีนี้?
“อันนี้น่าจะเป็นการเข้าใจผิด ผมบอกว่ามีคนบอกว่าเด็กอาจเดินขึ้นไปเองได้ ฉะนั้นผมขอไปดูสถานที่จริงก่อน เพื่อตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำคดีนี้ เงื่อนไขไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่ว่า ถ้าเด็กขึ้นไปเองได้หรือไม่ได้ ผมจะรับหรือไม่รับ ต้องเข้า 3 ข้อก่อน อย่างแรกผมต้องคุยกับลุงพลกับป้าแต๋น เพราะเขาเป็นผู้ต้องสงสัยจากใครก็แล้วแต่ ต้องขึ้นไปดูความลาดชัน เด็กสามารถขึ้นไปเองได้มั้ย เราไม่ดูหลักฐานอื่นเพราะผ่านมาหลายเดือนแล้ว เวลาผ่านมาไม่มีหลักฐานให้เก็บ แต่ผมไปดูลักษณะพื้นที่ทางกายภาพ ว่าผู้ใหญ่เดินไปลำบากแบบนี้ เด็กเดินขึ้นไปเองได้มั้ย ข้อสามสำคัญที่สุดคือเรื่องพยานในคดี ไทม์ไลน์ที่น้องหายไป ใครน่าสงสัยที่สุด”

ตอนนี้เหลือแค่พยาน ต้องไปดูว่าใครเป็นพยานให้ลุงพลได้บ้าง?
“บางคนก็ไม่ยินดีจะคุยกับผม คนไหนยินดีก็พร้อมไปคุยเพื่อหาข้อเท็จจริง”

ไปคุยมาแล้ว ข้อมูลดีมั้ย?
“ตามสื่อรู้ ผมไปคุยกับผู้ใหญ่นิ่ม เขาให้ข้อมูลมาเกี่ยวกับวันนั้น เขาอยู่ที่ไหนยังไง มีใครแจ้งเขามา แจ้งมาแล้วเขาทำยังไง ถือว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์”

มีใครอีกมั้ย?
“ขอปิดไว้ก่อน”

ถ้าทายไม่ผิดน่าจะเป็นหัวหน้ากล่อง?
“อย่าเพิ่งทายเลยครับ ผมไม่บอกว่าผมคุยกับใครบ้าง”

ทายถูกใช่มั้ย?
“เอาเป็นว่าพยานทุกปากที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่เขาสอบไปแล้วล่ะ ผมก็ไปหาข้อเท็จจริงก่อนว่าเรื่องนี้ลุงพลให้สัมภาษณ์หรือให้การ จริงเท็จเป็นยังไง ตรงกันหรือเปล่า แต่เท่าที่บอกมา ข้อหนึ่งข้อสองโอเค เท่าที่คุยกันลุงพลไม่มีพิรุธอะไร”

อยากคุยกับพ่อแม่ชมพู่ เพราะอะไร คุยในฐานะอะไร?
“ไหนๆ ผมจะเข้ามาเกี่ยวข้องคดีนี้แล้ว ก็อยากไปคุยกับพ่อแม่ชมพู่ ในฐานะเขาเป็นผู้เสียหาย เป็นผู้สูญเสีย ไม่ได้จะเข้าไปเป็นปฏิปักษ์กับเขา จะถามว่าเรื่องราวเป็นยังไง เผื่อเป็นส่วนหนึ่งในการหาความจริงให้ได้ ว่าเรื่องนี้น้องชมพู่ เสียชีวิตจากอะไร”

ถ้าถามอีกมุม ทนายตั้มกำลังจะเป็นว่าที่ทนายความให้ผู้ต้องสงสัย แล้วอยู่ดีๆ ไปคุยกับผู้เสียหาย ต่อไปต้องเป็นปฏิปักษ์ในการเป็นคดีความ การไปคุยกับแม่เขา มันจะไม่ดูผิดฝาผิดตัวเหรอ?
“ตอนนี้ผมเหมือนเป็นตัวแทนอิสระ”

ถ้าเขามองว่าทนายตั้มประกาศตัวแล้ว?
“ก็แล้วแต่เขา ถ้าเขาไม่คุย ผมก็ทำอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้ว แต่เท่าที่ให้สัมภาษณ์มา เขายินดีคุยกับผม แต่ไม่คุยเรื่องคดี เชื่อมั้ยตอนที่มีข่าวตั้งแต่แรก แล้วคนไปสงสัยพ่อแม่เขา ผมยังพูดกับคนใกล้ชิดว่าไม่มีแรงจูงใจอะไร ทำไมคนต้องไปด่าเขาด้วย เพียงแต่ว่าตอนนั้นผมไม่ได้ออกสื่อเย้วๆ แค่เก็บไว้เงียบๆ ว่าผมไม่เชื่อตั้งแต่ต้น”

มีคนพูดกันเยอะว่าเรื่องเงินเหรอ?
“ลุงพลไม่มีหรอกครับ ลูกความอื่นที่มีเงินจะมาจ้างผมเยอะแยะไปครับ ลุงพลไม่ได้มีเงินนะครับ เขาก็มีเงินจากที่ทุกคนเห็น ไปโชว์ไปทำอะไร ตอนแรกคิดว่าเขาได้เยอะ แต่เขาบอกผมเองว่าเขาได้แค่ครั้งละหมื่น ก็ถามว่าลุงโอเคเหรอ เขาบอกเมื่อก่อนได้วันละ 300 เท่านี้เขาก็โอเคแล้ว เรื่องเงินไม่ใช่ประเด็นเลย ผมจะทำไม่ทำ เกี่ยวข้องกับ 3 เงื่อนไข และคดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ผมก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการรู้ว่าเรื่องราวเป็นไงกันแน่ เผื่อไขข้อข้องใจให้สังคมได้”

มีคนบอกว่าทนายตั้มรับไปแลัวเหนาะๆ 5 แสน?
“(หัวเราะ) ยังไม่ได้รับสักบาท ลุงพลมีเงินขนาดนั้นเลยเหรอ”

มีคนบอกลุงพลมีเงินเป็น 10 ล้าน?
“คนพูดเขาชอบพูดเวอร์อยู่แล้ว”

รู้เหรอว่าใครพูด?
“ก็ไม่รู้ คนที่ชอบพูดเวอร์ๆ แต่ตั้งแต่ผมทำคดีเก่าๆ แล้ว ที่มาหาว่าผมได้เป็นสิบๆ ล้าน ไม่มีหลักฐานอะไร พูดปากพล่อยๆ ไปอย่างนั้น อุ้ย ขออุ้ยแบบคุณหนุ่ม (หัวเราะ) ไม่จริงครับ ด้วยเกียรติของผมเลย ผมไม่ได้เงินจากลุงพลเลย ก่อนหน้านี้ลุงพลให้ผมทำคดีหมิ่่นประมาท คิดค่าทนายความ 5 พันบาทผมยังไม่ได้เงินเลย และไม่ทวงลุงพลด้วย นั่นแหละครับ 2 คดี”

ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ตังค์?
“ยังไม่ได้ จริงๆ 5 พันสำหรับผม ก็ไม่ได้เยอะ ผมไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ก็พร้อมทำคดี ถ้าหากรู้ว่าลุงพลไม่ได้ทำความผิดจริง”

ไม่ได้มองเรื่องเงิน สนิทกับบิ๊กโจ๊กมั้ย?
“จะเกี่ยวกันยังไง ยอมรับสนิทกับบิ๊กโจ๊ก”

มีคนพูดถึงขั้นที่ว่า ณ วันนี้ที่ลงไปเล่นเกมคดีนี้ ทุกอย่างเป็นเกม มีคนพูดว่าทนายตั้มมีใบสั่งเพื่อฉีกหน้าผบ.คนปัจจุบัน?
“ขนาดนั้นเลยเหรอ”

เขาบอกบิ๊กโจ๊กไปสั่งหรือเปล่า?
“บิ๊กโจ๊กไปมีเรื่องอะไรกับผบ.ตร. คนปัจจุบัน คืองี้หลังจากที่ผมกลับจากบ้านกกกอก ผมได้มีโอกาสไปทำบุญกับพี่บิ๊กโจ๊กที่จังหวัดอุดรฯ เขายังถามเลยว่าทำไมทำคดีนี้ เขาก็เหมือนตร.ทั่วไป ไม่อยากให้ทำคดีนี้ ผมก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าทำหรือไม่ทำ เขาไม่ได้บอกผมให้ทำเลย เขายังมาถามผมเลยทำไมถึงทำคดีนี้ ข้อต่อมา เขาจะมีสาเหตุผลเคืองกับผบ.ตร.คนปัจจุบันหรือไม่ ผมว่าไม่ เขาสนิทกันต่างหาก เพราะลักษณะการพูดถึงผบ.ตร. ไม่ได้พูดในเชิงเกลียดชังเขาพูดว่าเป็นคนเถรตรง ทำงานตรงไปตรงมา เป็นคนเก่ง ไม่ได้พูดในแง่ลบ ฉะนั้นผมว่าคนกุข่าวนี้ขึ้นมาเพื่อนำเรื่องนี้ไปสู่เรื่องการเมืองของตร. ทำให้คนโน้นคนนี้แตกคอกัน”

เสี้ยมให้ตีกัน?
“ใช่ เพราะผบ.ตร. ก็มองว่าบิ๊กโจ๊กเป็นคนทำงาน บิ๊กโจ๊กก็มองว่าผบ.ตร.เป็นคนไม่มีเล่ห์เหลี่ยม เป็นคนตรง ซึ่งเขาพูดกับผมแบบนี้เลย”

ต้องถามให้หายสงสัยเพราะคนคิดว่าเป็นเกม?
“ต้องไปดูว่าลุงพลเรียกร้องหาผมนะครับ ไม่ใช่อยู่ๆ ผมเข้าไป ถ้าอยู่ๆ ผมเข้าไป อาจเป็นเกมของใคร แต่นี่ลูกความรีเควสมาอยากได้ทนายตั้ม ผมเลยบอกว่าขอตัดสินใจก่อน”

เพื่อนๆ ว่ายังไงบ้าง?
“มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย”

อย่างไหนมากว่า?
“ตอนนั้นผมไปอยู่ต่างจังหวัดก็มีคนถามผมว่าอยู่เฉยๆ ก็หล่อแล้ว มาทำคดีนี้ทำไม ผมก็เอ๊ะ คดีนี้มันเป็นยังไงเหรอ ก็ยิ่งทำให้อยากรู้ความจริง ต้องลงไปดูพื้่นที่”

พอดูพื้นที่แล้ว ยืนยันว่า?
“สำหรับผมมองว่าเด็กขึ้นไปเองไม่ได้ แต่ในมุมคนอื่นเขาอาจเห็นแตกต่างไป คนคิดว่าเด็กอาจขึ้นไปเองได้คือหมอนิติเวช เขามองจากสภาพศพ อย่างแรกคือสภาพศพไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย เรื่องนี้เหมือนเด็กขาดสารอาหาร ร้อน เสียชีวิต เขาก็เลยสงสัยถ้าไม่มีคนทำให้ตายล่ะ น้องเสียชีวิตได้ยังไง เดินขึ้นไปเองได้หรือเปล่า นี่เป็นทฤษฎีของเขา เป็นความสามารถของเด็ก เขามีเวลาเป็นวันๆ เดินแล้วพักแล้วเดิน นั่นคือมุมมองนักวิชาการหมอนิติเวช”

บอกเพื่อนหรือยัง?
“ผมก็บอกว่าขึ้นไปเองไม่ได้ ตามความคิดเห็นของผม”

ลุงพลพูดแต่ละครั้งไม่เหมือนกันเลย จะทำยังไง?
“ผมไม่ได้ตามจริงๆ มีเรื่องอะไรบ้าง”

ครั้งแรกถามว่ารู้ได้ยังไงว่าเด็กหายไป ใครเป็นคนบอก แกบอกว่ามีคนโทรศัพท์มาบอกว่าเด็กหาย แกเลยไปหา หลังจากนั้นเปลี่ยนใหม่ บอกว่าตัวสะดิ้ง เดินไปบอกที่บ้าน เขาเลยออกตามหา เสร็จแล้วสะดิ้งบอกว่าไม่ใช่ ไม่เจอลุงพล เจอแค่ป้าแต๋นกับลูก พอผ่านไปลุงพลบอกใหม่ ไม่ใช่ เมียพลโทรไปบอก เสร็จปุ๊บเปลี่ยนอีก บอกมาว่ารู้ทีหลังตอนไปรับพระแล้ว ลงมาแล้วเมียถึงบอก ที่น่าแปลกใจคือบ้านลุงพลมีโทรศัพท์แค่เครื่องเดียวและใช้สองซิม แล้วบอกเมียโทรไปบอกลุงพล แล้วลุงพลเอาโทรศัพท์ที่ไหนรับ วันนั้นเขามีเครื่องเดียวสองซิม?
“ผมว่าตร.คงมีการตรวจสอบแล้วล่ะ ว่าโทรหากันจริงมั้ย ถ้าไม่ใช่เบอร์ตัวเอง เขาสามารถหาเบอร์คนอื่นโทรได้มั้ย แล้วเขาตอบว่าไง ที่พูดไม่เหมือนกัน”

ความจริงไม่ต้องเหมือนกัน?
“เรื่องต่างๆ ที่บอกมา ถ้าความจริงคือสะดิ้งเดินมา แล้วเมียโทรหาลุงพล มีอะไรขัดกันมั้ย”

แต่เขาบอกเขามีโทรศัพท์เครื่องเดียว?
“แล้วเขายืมใครไม่ได้เหรอ เดี๋ยวประเด็นนี้จะถามลุงพลว่าใช้โทรศัพท์เครื่องไหน แต่ข้อที่บอกว่าสะดิ้งเดินมา เมียโทรมา ผมว่ามันก็สอดคล้องกันได้ เพราะสะดิ้งเดินมาหาเมีย เมียก็เลยโทร แต่ลุงพลจะไปจับประโยคไหนแค่นั้นเอง การที่เขาพูดว่าความจริงแต่ละครั้งไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้ คือเอาง่ายๆ เป็นชาวบ้าน ถ้าจะตอบให้ดูดี ตอบว่าเรื่องผ่านมานานแล้ว จำรายละเอียดไม่ได้หรอก ตอบแบบนี้ดูดีมั้ย เพียงแต่เขาเป็นชาวบ้านเขาก็ไม่รู้จะตอบยังไง ก็เข้าใจแบบนี้ จะพูดกี่ครั้งก็ได้ ไม่รู้จักวิธีการสื่อสารให้คนฟังแล้วไม่รู้สึกไม่ดี”

คุณคิดว่าลุงพลโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ ผมคุยกับลุงพล ลุงพลโคตรฉลาด ทุกอณูที่พูด ผมสัมภาษณ์คนมาเป็นสิบๆ ปี ลุงพลเป็นหนึ่งในคนที่รู้สึกว่าแกฉลาดมากในการพูด?
“ถ้าฉลาดจะตอบแบบนี้เหรอ จะตอบให้ตัวเองดูแย่มั้ย”

แกอาจหาทางไปไม่ได้ เพราะคนถามแกเยอะ?
“นี่แหละ ถามเยอะจนสับสนไปหมดแล้ว เรื่องมันผ่านมาตั้งนาน”

นายวัชรินทร์ ไปเจอลุงพล ตอนนั้นเวลาประมาณ 9 โมงกว่า แต่ลุงพลบอกว่าไม่ได้เจอวันนั้น ไปบอกว่าเจออีกวัน วัชรินทร์บอกว่าตอนแรกอาจจะใช่ เพราะกลัวลุงพล ลุงพลไปโวยวาย หลังจากนั้นวัชรินทร์ก็บอกใหม่ว่าเจอลุงพลวันนั้นแหละ จำได้เพราะพ่อชมพู่ขี่มอเตอร์ไซค์มา และบอกว่าชมพู่อยู่ไหน ช่วยตามหาได้มั้ย วัชรินทร์ยังบอกพ่อเลย ให้ไปถามลุงพลสิ เพิ่งเจอกันตอนเก้าโมงกว่า แล้วลุงพลพยายามเบี่ยง?
“เท่าที่คุยกับลุงพลมา ไม่มีตัวละครที่ชื่อวัชรินทร์เลย ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ผมกำลังไล่วันเกิดเหตุอยู่ ผมว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะเช็กสัญญาณได้ว่าวันนั้นวัชรินทร์อยู่ไหน ลุงพลอยู่ไหน น่าจะอยู่ในสำนวนสอบสวนแล้ว”

ผมว่ามี?
“มีแล้วเหรอครับ ทีนี้ผมว่าวัชรินทร์ไม่รู้เกิดเหตุนานแค่ไหน ต้องไปดูว่าใครกันแน่หลงลืม จำไม่ได้หรือเปล่า”

วัชรินทร์มีพยานเต็มไปหมด เพราะลุงพลพยายามบอกว่าเจอกันตอนเช้า แต่วัชรินทร์บอกไม่ใช่ ตอนเช้าเขาอยู่กับอีกสองคน ซึ่งอยู่ในบ้านหลังนึง เขาไปรับทำอะไรสักอย่าง แล้วน้ำประปาไม่ไหล เขาก็เลยกลับมาที่บ้าน และเจอลุงพลตอนเก้าโมงกว่า แต่ลุงพลบอกว่าไม่ใช่ วันนั้นลุงพลมีพยานอีกคนคือหัวหน้ากล่อง แต่หัวหน้ากล่องที่เจอลุงพล เจอกันตอนเช้า 7 โมง?
“เดี๋ยวไปขอสอบข้อเท็จจริงดีกว่า เพราะพูดมาก็งงนะเนี่ย ถ้าวัชรินทร์บอกว่าเจอลุงพล ก็แสดงว่ามีคนอ้างที่อยู่ไทม์ไลน์ลุงพลสิ”

ลุงพลบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นั่น เขาบอกไปรับพระ แต่ไปผิดเวลา พอขึ้นไปก็บอกพระว่าที่มาช้า หลานเสีย หาหลานอยู่ คำว่าหลานเสียคือหลานหาย?
“พระผมรู้ประเด็นแล้วนะ ที่ลุงพลพูดก่อนหรือหลัง ผมไปสอบประเด็นนี้มาแล้ว แต่ขออุบประเด็นนี้ไว้ก่อน แต่ไม่ใช่อย่างที่พระพูด”

ก่อนหน้านี้เขาลือกัน ทนายตั้มลงไป แล้วมีคนปริศนาไปภูเหล็กไฟก่อน ก่อนมีการนัด มีคนปริศนาขึ้นไปวันที่ 5 พร้อมลุงพล รู้มั้ยเป็นใคร?
“ผมไม่รู้จริงๆ เพราะผมไปถึงวันที่ 3 กลางคืน”

เดี๋ยวฟังพรานพูดหน่อย เขาบอกเห็นลุงพล?
“แล้วมาอ้างว่าผมไป จะบอกว่าถ้าขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องโกหกเลย เพราะการขึ้นไปถ้าไม่ได้รับอนุญาตไม่มีความผิดฐานบุกรุกป่าสงวนนะ แต่เป็นเรื่องความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว อย่างที่บอกผมนัดอยู่แล้ว จะไปขึ้นซ้ำซ้อนทำไมหลายวัน”

ลุงพลบอกไม่ได้ขึ้น?
“นั่้นสิครับ ไหนบอกมีภาพลุงพล ไม่เห็นมีภาพเลย”

ถ้าลุงพลขึ้นไปวันนั้นจริงๆ?
“ก็โดนปรับครับ”

จะกลายเป็นคนชอบโกหกมั้ย มีอะไรปิดบังไปเรื่อย จะถูกดึงกลับมาว่าเป็นพฤติกรรมโกหกซ้ำซ้อนมั้ย?
“ผมว่าไม่เกี่ยวกับคดีน้องชมพู่ คุณหนุ่มก็ชอบพูดโยงไป (หัวเราะ)”

ผมแซะหน่อย อยากให้ทนายตอบไง?
“(หัวเราะ) ก็ตอบแล้ว”

ถ้าลุงพลถูกหมายจับ ทนายตั้มพาไปร้องที่ไหนมาก่อน?
“ไปขอความเป็นธรรมว่าหากเรื่องนี้เจ้าพนักงานมาออกหมายจับ ขอให้มีการไต่สวนก่อน เพราะลุงพลเป็นคนมีที่อยู่หลักแหล่งแน่นอน คุณเรียกเขาก็ไปแล้ว ยูทูบเบอร์และนักข่าวอยู่กับเขาตลอดเวลา คนที่โดนหมายจับ สังคมจะคิดว่าเขาผิดแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเลย ขอความเป็นธรรมต่อศาลว่าก่อนออกหมายจับขอให้ไต่สวนก่อนว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับลุงพลได้”

การออกหมายจับ แน่นอนไปขอกับศาล ศาลต้องไต่สวนละเอียดอยู่แล้ว ต้องไต่สวนซ้ำซ้อนเหรอ?
“เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างศาลกับตร. แต่เราอยากคานนิดนึงว่ามีหลักฐานอะไรยังไงก่อนอกหมายจับ จริงๆ ไม่มีกฎหมายอันไหนให้ทำหรอก แต่ก็ไม่มีกฎหมายห้าม ผมก็ทำได้ ไม่มีอะไรระบุว่าให้ทำ และไม่มีอะไรห้าม ปกติทนายความถ้ากฎหมายไม่ห้ามก็ทำได้ทั้งหมดอยู่แล้ว”

เหมือนพุ่งไปที่ลุงพลว่าหมายจับจะออกไปที่ลุงพล?
“ใครๆ ก็มองอย่างนั้น เท่าที่ให้สัมภาษณ์มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้”

หวยน่าจะออกที่ลุงพลนั่นแหละ?
“เป็นไปได้ครับ”

เส้นผมนี่ยังไง?
“เส้นผมไม่ได้เอามาเป็นข้อมูลหลักฐานสำคัญ เพราะเส้นผมมีการเก็บหลังพบศพน้อง 15 พ.ค. เขาไม่มีการปิดกั้นที่พบศพ คนขึ้นไปเยอะแล้ว แล้วเส้นผมบอกอะไร เรียกว่าไมโทคอนเดรีย ดีเอ็นเอสายแม่ แล้วไม่สามารถระบุตัวตนของใครได้ชัดเจน รู้ว่ามาทางฝั่งสายแม่เท่านั้นเอง ไม่ใช่หลักฐานสำคัญนำมาดำเนินคดีกับใคร”

เงื่อนไขสองข้อผ่านไปแล้ว เหลือเงื่อนไขหนึ่งข้อ คือคุยกับพยาน ถ้ามีพยานที่บอกว่าลุงพลไม่ใช่ได้เป็นผู้ต้องสงสัยรับทำให้ ส่วนเรื่องเอาเกมนี้เป็นการเมือง เกี่ยวกับวงการตร.ทนายตั้มยืนยันว่าไม่เกี่ยว บิ๊กโจ๊กอาจให้ทนายตั้มฉีกหน้าผบ.ตร.คนปัจจุบัน?
“เรื่องฉีกหน้าเนี่ย เก็บไว้เลยดีกว่า เวลาใครพูดถึงใคร จะดูออกว่าเขาเกลียดหรือไม่เกลียด บิ๊กโจ๊กเวลาพูดถึงคนนี้ เขาบอกตั้งใจทำงาน เวลาบิ๊กโจ๊กพูดถึงท่านปัจจุบัน กับผบ.ตร.คนเก่าต่างกันเลย เอาง่ายๆ คนเก่าเขามีปัญหากัน

ไม่ใช่เกมการเมือง ฉีกหน้า?
“ผมไม่ยุ่งกับตร. ก่อนมารายการนี้ ผมรู้อยู่แล้วว่าทัวร์ลงแน่ มาออกแล้วโดนหนักไง(หัวเราะ)”

เหลืออีกหนึ่งข้อ ยังกลับตัวทัน?
“นี่จะให้ผมกลับตัวอย่างเดียวเลย (หัวเราะ)”

You might also like