ระทึก คดีน้องชมพู่ เสื้อทำคดีพลิก

3,420

กรณีนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์ ให้หัวข้อว่า 12/2/64 วิเคราะห์ข่าวเด่นคดีดังและการเมือง โดยมีช่วงหนึ่งที่ทนายเดชา ได้แจ้งข่าวว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จะลงพื้นที่แจ้งความจับนางฟ้าแห่งบ้านกกกอก เรื่องเปิดบัญชีรับบริจาค ในข้อหาแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ล่าสุดวันที่ 13 ก.พ.64 นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา ได้ออกมาไลฟ์สด ระบุข้อความว่า “วิเคราะห์การเมืองข่าวเด่น13/2/64 โดยช่วงหนึ่งได้กล่าวถึงคดีชมพู่ว่า ตนมีสายข่าวที่ยืนยันว่าหมายจับมีอย่างแน่นอน จะออกมาเร็ว ๆ นี้ แต่ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าตำรวจจะตั้งข้อหาอะไร เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐาน และไม่ปล่อยให้คนร้ายลอยนวลแน่ และตนก็มั่นใจว่าจะต้องมีคนถูกดำเนินคดี

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

กรณีที่ทนายรัชพล ออกมาโต้กระแสว่าจะไม่มีหมายจับในเร็ว ๆ นี้ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา ให้ข้อมูลว่า ตนไม่ขอออกความคิดเห็นอะไร ซึ่งตนคิดว่าหากจะมีการออกหมายจับจริง ๆ ตนก็จะรอฟังตำรวจเป็นคนพูดเรื่องหมายจับ เพราะที่ผ่านมามีข่าวลือเกี่ยวกับหมายจับมาตลอด ซึ่งตนไม่เคยท้อที่จะรอความยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ในวันที่เกิดเหตุนั้น ตนจำไม่ได้ว่าลุงพลแต่งกายอย่างไร แต่จำได้ว่าใส่เสื้อแขนยาว จำได้ไม่ชัดเจน จำสีไม่ได้

ส่วนกรณีการเสียชีวีตของน้องชมพู่ บนเขาภูเหล็กไฟ ซึ่งในวันที่พบศพ ตรงกับวันที่ 14 พ.ค.63 เวลา 19.00 น. มีญาติของน้องชมพู่ ชาวบ้านกกกอก-กกตูม เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และสื่อมวลชนประมาณ 3 สำนัก ขึ้นไปยังจบพบศพ จึงได้เรียกให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตรวจดีเอ็นเอ เพื่อพิสูนจ์ข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นผม และดีเอ็นเอต่าง ๆ ละแวกใกล้เคียงกับศพน้องชมพู่นั้น เวลา 11.30 น. ที่สภ.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ชุดพิสูจน์หลักฐานในคดีน้องชมพู่ ได้เชิญตัว นายอานนท์ จงจรูญ ช่างภาพทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เข้าตรวจดีเอ็นเอ เนื่องจากสืบทราบว่า เป็นทีมข่าวที่ขึ้นไปติดตามทำข่าววันดังกล่าว โดยต้องตรวจให้ครบทุกคน เพราะก่อนหน้านี้มีการตรวจไปแล้วกว่า 20 คน

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

โดยการตรวจดีเอ็นเอครั้งนี้ ได้นำเส้นผม 1 กระจุก ซึ่งเส้นผมต้องมีรากผมติดไปด้วย รวมแล้วประมาณกว่า 10 เส้น และยังมีการตรวจกระพุงแก้ม หลังจากเก็บรวบรวมแล้วจะนำส่งตรวจที่พิสูจน์หลักฐานกลาง ก่อนที่จะนำผลไปประกอบในสำนวนคดี เพื่อคลายข้อสงสัยในทุกประเด็น ด้านสารวัตรใหญ่ สภ.กกตูม ให้ข้อมูลว่า

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

การตรวจดีเอ็นเอครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนขอการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ดังนั้นทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดี ที่ขึ้นไปบนเขาภูเหล็กไฟในวันพบศพ จะต้องถูกตรวจดีเอ็นเอทุกคน เพราะเนื่องจากจะได้นำไปเทียบเคียงกับผลดีเอ็นเอบางส่วนที่พบ และคลายความสงสัยทั้งหมด ซึ่งการเรียกตรวจครั้งนี้ก็เพื่อให้ข้อมูลด้านนิติวิทยาศาสตร์มีความสมบูรณ์ครบถ้วน ไม่มีจุดใดจุดหนึ่งต้องเป็นที่สงสัยของสังคม

ไทม์ไลน์ลุงพล วันที่ 11 พ.ค.63 ตามคำให้การของพยาน เวลา 07.23-08.20 น. ลุงพลอยูที่นาของนายก่อง กระทั่งเวลา 08.20-09.00 น. ลุงพลไปสวนยางกับแม่ชมพู่ และป้าแต๋น จากนั้นออกจากสวนยางกลับบ้าน และไปวัดภูผาแอก ที่ห่างจากบ้าน ประมาณ 2 กม.

สำหรับการเก็บหลักฐานของลุงพล ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บไปเมื่อ 11 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา มีดังต่อไปนี้ 1.เสื้อหม้อห้อมภูไท 1 ตัว 2.กางเกงยีน 1 ตัว 3.รองเท้าบูท 1 คู่ 4.รองเท้าหุ้มส้นใส่เดินเขา 1 คู่ 5.กางเกงกีฬา สีขาว 1 ตัว และ 6.กางเกงกีฬาสีดำ 1 ตัว

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับนางนลิน เงินนาม หรือ ป้าถอน กล่าวว่า สำหรับการแต่งกายของลุงพลในวันที่ 11 พ.ค.63 เท่าที่จำได้ ลุงพลสวมใส่ชุดเดิมที่ไปส่งพระ ไม่ได้มีการเปลี่ยนชุด โดยสวมใส่เสื้อม่อฮ่อม กางเกงวอร์มสีขาว แต่จำรายละเอียดเกี่ยวกับรองเท้าไม่ได้ ที่สำคัญในวันดังกล่าวลุงพลไม่ได้สวมใส่หมวก และเมื่อเทียบเคียงกับภาพที่ทีมข่าวเอามาให้ดู เกี่ยวกับบุคคลที่ขึ้นไปค้นหาน้องชมพู่บนเขา บริเวณช่วงห้วยบุ่ง ทั้ง 2 ภาพไม่มีภาพใกล้เคียงกับลุงพล หรือลักษณะคล้ายการแต่งกายของลุงพลแต่อย่างใด

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ขณะที่นายก่อง บอกว่า วันที่ 11 ก.พ.63 เวลา 07.23 น. พบลุงพลในที่นาของตัวเอง จำได้ว่าลุงพลใส่เสื้อแขวยาว แต่จำสีไม่ได้

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

ด้านพ่อแบม บอกว่า วันที่ 11 พ.ค.63 เวลา 09.20 น. ตนพบลุงพลที่สวนยางนายฮงจริง แต่ทว่าตนจดจำการแต่งกายของลุงพล ไม่ได้แล้ว เพราะเวลาผ่านมานานมากแล้ว

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่บ้านลุงพลในช่วงกลางวันค่อนข้างเงียบเหงา เพราะลุงพลกับป้าแต๋น และลูกชายทั้ง 2 คน ได้เดินทางไปร่วมงานแต่งของยูทูเบอร์คนหนึ่ง ที่ จ.ลำพูน ก่อนที่ลุงพลจะขึ้นไปบนเวที โชว์ลูกคอร้องเพลงที่พระพลเป็นผู้แต่ง ขณะเดียวกันหน้าบ้านลุงพลก็มียูทูเบอร์เดินไลฟ์สดอยู่ตลอดเวลา ส่วนบริเวณพญานาค ก็ไม่มีคนมากราบสักการะเหมือนเมื่อก่อน อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางคืนก็เป็นไปอย่างเงียบเหงาเช่นกัน

You might also like