สาวโกงมือถือทำเด็กเสียชีวิต

796

กรณี น้องก้อง นักเรียนชั้น ม.2 อายุ 14 ปี เสียชีวิตด้วยอาการเครียดเส้นเลือดในสมองแตก หลังจากถูกแม่ค้าค้าออนไลน์โกงซื้อโทรศัพท์มือถือ สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับพ่อแม่และครอบครัวเป็นอย่างมาก กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย ก่อนจะควบคุมตัวไปยังกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ล่าสุดวันที่ 24 ก.ย.64 เวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นำโดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ แม่ค้าออนไลน์ที่โกงเงินเด็กนักเรียนชั้น ม.2 อายุ 14 ปี

~

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.สอท.2 และ บก.สอท. 4 เร่งสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เนื่องจากเป็นการกระทำที่รับไม่ได้ และเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเดิมประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

~

ต่อมาวันที่ 23 ก.ย.64 เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัว น.ส.นฤมล ชำนาญชล อายุ 18 ปี และน.ส.สายน้ำผึ้ง ชนะมาร อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยประการที่นำจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่พี่น้องประชาชน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

กระทั่งวันนี้ (24 ก.ย.64) เวลาประมาณ 09.00 น. ก่อนจะมีการแถลงข่าว ตำรวจได้สืบสวนขยายผล และเข้าค้นบ้านพักหลังหนึ่งย่านราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าว จากการตรวจค้นไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด พบเพียงครอบครัวของแฟนซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้าน จึงได้ตรวจยึดแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ตู้เชฟนิรภัย กระเป๋าแบรนด์เนม ซิมโทรศัพท์มือถือ และรถยนต์เก๋ง บีเอ็มดับเบิ้ลยู ไว้เป็นของกลาง

~

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การอ้างว่ามีหน้าที่เปิดบัญชีเท่านั้น โดยได้รับค่าจ้างจำนวน 8,000 บาท ซึ่งจากการขยายผลทราบว่าน.ส.พิยดา อายุ 19 ปี เป็นตัวการสำคัญในการก่อเหตุ จึงไปตรวจค้นที่บ้านพักของแฟนหนุ่มย่านราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยขณะตรวจค้นไม่พบตัวน.ส.พิยดา

จึงได้ตรวจยึดทรัพย์สินของใช้แบรนด์เนม เพราะหญิงรายนี้ใช้ชีวิตหรูหรา เงินส่วนใหญ่ที่ได้มาก็มาจากการฉ้อโกงผู้อื่น นอกจากนี้ ยังพบว่าน.ส.พิยดา เคยต้องคดีความผิดในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สภ.คลองหลวง มีหมายจับของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีกหรือไม่ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อีกทั้งพนักงานสอบสวนจะส่งบันทึกไปยังเลขาธิการ ปปง. ให้พิจารณาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อติดตามยึดทรัพย์ของกลุ่มผู้ต้องหารายนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์มีจำนวนมาก ประชาชนได้รับผลกระทบ ซึ่งกรณีผู้ต้องหาหลอกเด็ก 14 นั้น พบความเชื่อมโยงว่าเป็นคนเปิดบัญชี หรือที่เรียกว่าบัญชีม้า หลังจากนี้ทางตำรวจไซเบอร์จะดำเนินการเร่งจับบัญชีม้า ตนจึงขอฝากเตือนไปยังกลุ่มบุคคลที่เปิดบัญชีม้าว่า จะมาอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ หากถูกจับกุมก็ถือว่ามีความผิด “ทุกวันนี้พบว่าการซื้อขายของออนไลน์ มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีการใช้บัญชีของผู้ขายจริง ๆ ซึ่งเรื่องนี้ผมได้มอบหมายให้พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สอท.2 หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อวางแนวทางในส่วนของบัญชีที่มีการใช้ในซื้อขายออนไลน์ โดยมีการหารือ และรับหลักการเบื้องต้น ในรายละเอียด เช่น ต่อไปบัญชีที่ใช้สำหรับการขายสินค้าออนไลน์ จะต้องมีการะบุต่อท้ายว่า เพื่อการซื้อขายสินค้าออนไลน์ เป็นการเพิ่มเครดิตให้ผู้ซื้อสบายใจ และยืนยันตัวบุคคลของผู้ขาย ตำรวจก็เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น” พล.ต.ท.กรไชย กล่าวเตือน

~

สำหรับข้อมูลรายชื่อและข้อมูลการโอนเงินเหยื่อ 37 ราย ที่ผู้เสียหายรวบรวมหลักฐานร้องเรียน ผบช.สอท. พบถูกหลอกให้มีการโอนเงินมากถึง 17 บัญชี ดังต่อไปนี้

~

1. น.ส. นันทิดา (สงวนนามสกุล)

2. น.ส. จริยา (สงวนนามสกุล)

3. น.ส. นฤมล (สงวนนามสกุล)

4. น.ส. อรัญญา (สงวนนามสกุล)

5. น.ส. ญานิกา (สงวนนามสกุล)

6. น.ส. ศรัณย์พร (สงวนนามสกุล)

7. น.ส. นภัสวรรณ (สงวนนามสกุล)

8. น.ส. สาวิตรี (สงวนนามสกุล)

9. นาย วรวุฒิ (สงวนนามสกุล)

10. นาย ศุภสิน (สงวนนามสกุล)

11. นาย อถรรสดายุทธ (สงวนนามสกุล)

12. น.ส. กนกวรรณ (สงวนนามสกุล)

13. น.ส. สุชานันท์ (สงวนนามสกุล)

14. น.ส. อารายา (สงวนนามสกุล)

15. น.ส. ปาริชาติ (สงวนนามสกุล)

16. น.ส. กมลลักษณ์ (สงวนนามสกุล)

17. น.ส. สุภัทรา (สงวนนามสกุล)

จากนั้นทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ย่านบางใหญ่ ที่ระบุว่าเป็นเส้นทางเงินในคดีดังกล่าว โดยใช้ชื่อเป็นบริษัท ปรากฏว่าคนที่อยู่ภายในบ้านแจ้งว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ น.ส.พิยดา และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคดีนี้ ส่วนบ้านอีกหลังที่ปรากฏแผนผังของตำรวจ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พบเป็นบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ โดยวันนี้ รปภ.ของหมู่บ้าน ไม่อนุญาตให้เข้าไปด้านใน ของหมู่บ้าน ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางไปยังหมู่บ้านย่านราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ที่ตำรวจไซเบอร์บุกไปค้นและระบุว่าเป็นบ้านแฟนหนุ่มของ น.ส.พิยดา จนไปค้นได้ของกลางเป็น รถ BMW และของแบรนด์เนมจำนวนมาก ที่ตำรวจยืดมาได้หลายรายการ

~

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายบอส (นามสมมติ) พ่อแฟนหนุ่มของ น.ส.พิยดา กล่าวว่า ขณะที่ตำรวจเข้ามาขอค้นบ้านก็รู้สึกตกใจว่าตำรวจมาค้นบ้านด้วยเหตุผลเรื่องอะไร ซึ่งตอนแรกที่ตำรวจยังไม่ได้แสดงหมายค้น ภรรยาของตนยังไล่ให้ตำรวจกลับไปอยู่เลย ว่าจะมาค้นอะไร ที่บ้านไม่มีอะไรผิดกฎหมาย จากนั้นตำรวจได้โชว์หมายค้น เนื่องจากสืบทราบว่า น.ส.พิยดา ใช้ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเป็นชื่อภรรยาของตน จึงต้องอนุญาตให้ค้นบ้าน ปรากฏว่าตำรวจได้ยึดของแบรนด์เนมและรถของ น.ส.พิยดา ตนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เนื่องจากไม่เคยรู้มาก่อนว่า น.ส พิยดา ไปก่อเหตุหลอกหลวงคนอื่นมากขนาดนี้

โดยก่อนหน้านี้ ตนและภรรยา พยายามสอบถาม น.ส.พิยดา มาโดยตลอดว่า นำเงินซื้อของพวกนี้มาจากไหน แต่น.ส.พิยดา บอกว่าขายของออนไลน์ ส่วนรถ BMW เป็นชื่อของลูกชาย ซึ่ง น.ส.พิยดา ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด ส่วนหมายจับเก่าที่ น.ส.พิยดา เคยถูกดำเนินคดี ตนยอมรับว่ารู้ แต่คิดว่าคงจะเลิกพฤติกรรม ที่ผ่านมาตนและภรรยาก็เตือนและพูดกับ น.ส.พิยดา ว่าหากยังมีพฤติกรรมแบบนี้ จะไม่ให้เข้าบ้านหลังนี้เป็นอันขาด แต่น.ส.พิยดา ก็ยืนยันว่าจะเลิกพฤติกรรมดังกล่าวมาโดยตลอด สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยอมรับว่าทั้งตกใจและเสียใจ เพราะก่อนหน้านี้ตนและภรรยาดูข่าวน้องก้อง ยังพูดกับคนที่บ้านว่า “ใครมันช่างกล้าทำกับน้องก้องได้แบบนั้น” แต่ก็ไม่คิดว่าคนที่ทำจะเป็นลูกสะใภ้และเป็นคนใกล้ตัว ตนยืนยันว่าคนที่บ้านทั้งภรรยาและลูกชาย ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และพร้อมจะยืนยันความบริสุทธิ์ หากตำรวจจะเรียกไปสอบปากคำเพิ่มเติม

ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านของ “น้องก้อง” ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยนายออตะ ปัญญาวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า ส่วนตัวเพิ่งจะทราบข่าวเมื่อเช้าที่ผ่านมา ว่าตำรวจจับตัวคนก่อเหตุได้แล้ว ตนก็รู้สึกสบายใจและโล่งใจที่ตำรวจทำงานอย่างรวดเร็ว หลังจากนี้ตนก็ให้เป็นขั้นตอนและกระบวนการตามกฎหมาย ตอนนี้ตนยังไม่ได้จุดธูปบอกลูกชายว่าตำรวจจับคนก่อเหตุได้แล้ว แต่ตั้งใจว่าจะจุดธูปในวันพรุ่งนี้ (25 ก.ย.64) เพราะครอบครัวจะจัดพิธีทำบุญครบรอบ 7 วัน

~

ทั้งนี้ ตนตั้งใจจะบอกลูกว่า “ลูกที่ลูกได้ถูกโกงเงินไป ตำรวจเขาสามารถจับได้แล้วนะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรือกังวลแล้ว ให้ไปสู่สุขคติภพภูมิที่ดี ที่ลูกอยากจะไปนะ และผมไม่ต้องการเจอหน้าคนโกงหรือพูดคุยอะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำนรวจดำเนินการต่อไป ส่วนตัวไม่อยากได้ยินคำขอโทษจากปากเขา แต่หากเขายินดีจะขอโทษก็ให้ขอโทษผ่านตำรวจก็แล้วกัน” อย่างไรก็ตาม ส่วนความรู้สึกของตนตอนนี้ ก็เริ่มทำใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้บ้างแล้ว ตนขอฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชนที่ช่วยกัน จนมาสมารถจับกุมคนก่อเหตุได้ แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำใจยาก แต่ตนก็ต้องอยู่ให้ได้กับความสูญเสียครั้งนี้ ส่วนเงินจำนวน 5,000 บาท ตนไม่หวังว่าจะได้เงินกลับคืน แค่จับกุมตัวคนก่อเหตุได้ก็พอใจแล้ว

คลิป

ขอบคุณ ข่าวทั้งหมดจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

~

You might also like