สะใภ้ 2021 ผัวไม่กลับบ้าน

213

กรณีมีคลิปสุดสะเทือนใจเผยแพร่ออกไป เป็นภาพหญิงสาวเข้าทำร้ายร่างกายหญิงสูงอายุ ขณะนั่งอยู่บนเตียง จนตกลงมาบนพื้น ระบุพื้นที่อยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พม. จังหวัด และตำรวจ สืบหาตัวจนพบแล้ว

~

ชมคลิปต้นเรื่องคลิก

ล่าสุด วันที่ 23 ก.ย. 64 ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ต.ประตูชัย อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา นางสูนียะ จินดา อายุ 35 ปี ลูกสะใภ้และเป็นผู้ก่อเหตุ เล่าเหตุการณ์ว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ช่วงบ่าย เนื่องจากตนโมโหที่นายต้น สามี ซึ่งเป็นลูกชายของน.ส.สุปราณีไม่ยอมกลับบ้าน

โดยนายต้นออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. ตอนแรกขอเงิน 200 บาท อ้างออกไปทำธุระ จากนั้นก็ขอเพิ่มอีก 200 บาท อ้างว่าลูกปืนรถจักรยานยนต์แตก จากนั้นก็ยังบอกว่าค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ไม่พอ แต่ไม่กล้าขอเพิ่มจึงไปยืมเงินคนอื่นมา 300 บาท ให้ตนยืมไปให้เพิ่ม ตนก็ยังโอนไปให้

~

สามีหายไปหลายชั่วโมง มาบอกว่าเงินไม่เข้าบัญชี ให้โอนเพิ่มอีก 500 บาท ตนก็โมโห แต่ยังโอนไปให้อีก 500 บาท หลังจากนั้นอ้างว่าโดนจับตัวเอาไว้ ถ้าอยากให้ออกไปได้ต้องจ่ายอีก 1,000 บาท ตนก็ให้ไป แต่สามียังไม่กลับบ้าน โดยตนมั่นใจว่าสามีออกไปเล่นพนันออนไลน์ แต่อ้างว่าทำธุระจึงพยายามบอกให้กลับ ผ่านไป 1 คืน อีกฝ่ายไม่ยอมกลับสักที เมื่อวานนี้ช่วงเที่ยง ตนจึงบอกว่าหากยังไม่กลับบ้านจะขอตี น.ส.สุปราณี ซึ่งเป็นแม่สามี ด้วยความคิดว่าหากสามีรักแม่ ต้องกลับบ้านมาดูแม่

โดยให้เวลาหลายชั่วโมงยังไม่กลับ เวลาประมาณ 15.00 น. จึงก่อเหตุตามคลิป โดยตนเป็นคนตั้งโทรศัพท์กดถ่ายคลิปเอง เพื่อส่งให้สามีดู ยืนยันว่าไม่ได้ทำรุนแรง เป็นแค่การแสดง แค่ผลัก ส่วนที่เห็นเท้าเหยียบคอเป็นการเดินข้าม ไม่ได้ถีบ และตนก็บอกแม่สามีแล้วว่าเป็นแบบนี้เพราะลูกแม่เอง โดยเป็นการบอกแม่สามีก่อนจะก่อเหตุด้วย ส่วนตัวเข้าใจว่าภาพที่ออกไปดูรุนแรง แต่ตนไม่ได้ตั้งใจให้เจ็บตัว แค่สื่ออารมณ์ว่าตนโมโหเท่านั้น และตนให้โอกาสสามีมา 2 วันแล้ว หลังเกิดเหตุตนยังนั่งทายา และหาข้าวให้แม่สามีกินตามปกติ

~

โดยที่ผ่านมา ตนไม่เคยทำแบบนี้ แค่ขู่สามี แต่ไม่เคยทำรุนแรงกับแม่สามี ทั้งนี้ สามีเพิ่งกลับบ้านเมื่อเช้าที่ผ่านมา เจ้าตัวก็ขอโทษตนแล้ว ตนทำไปเพราะความรักที่มีให้ ที่ผ่านมาให้โอกาสแล้ว

ตอนนี้ขอรอดูพฤติกรรมของสามีว่าจะทำอย่างไรต่อ เพราะทุกวันนี้ตนทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ทั้งสามี แม่สามี ลูกของตนซึ่งเกิดจากสามีเก่าอีก 2 คน ส่วนสามีไม่เคยทำงานช่วยครอบครัวเลย ซ้ำยังมากดดันให้ตนเกิดความเครียด พร้อมอยากฝากบอกสังคมว่าอยากให้ทุกคนมาอยู่ในจุดนี้ จะได้รับรู้ว่าคนที่ถูกกระทำไม่ใช่อีกฝ่ายคนเดียว

~

ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ พม. ได้พาตัว น.ส.สุปราณี อายุ 74 ปี มาที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา ตำรวจสอบปากคำทราบว่า ผู้ทำร้ายร่างกายคือลูกสะใภ้ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 64

จากนั้น นางสูนียะ ได้เปิดให้ทีมข่าวดูแชตที่ตัวเองกับนายต้น สามี คุยกันตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. เวลา 18.57 น. นางสูนียะถามสามีว่าทำไมไม่กลับบ้านสักที พร้อมระบุว่า หากยังไม่กลับจะไม่ทำอะไรให้เลย และแม่สามีก็ไม่ต้องกินข้าว นอกจากนี้ยังบอกว่า ทำแบบนี้อีกแล้วหากตัวเองทำบ้างอย่าโกรธนะ รู้นะว่าจะทำอะไร

~

จากนั้นวันที่ 22 ก.ย. นายต้นพยายามขอเงิน ซึ่งฝ่ายหญิงโอนให้หลายครั้ง เวลา 11.19 น. นางสูนียะบอกให้สามีกลับบ้าน พร้อมโอนเงินให้ 300 บาท และบอกว่าให้เวลาถึง 11.50 น. พร้อมระบุว่า “มาช้าแม่มึงเจ็บ” และระบุว่า “แม่มึงต้องเจ็บเพราะมึงอีกกี่ครั้ง” เวลา 11.51 น. นางสูนียะระบุว่าไม่น่าให้ไปเลย ปัญหาเยอะ ทำอะไรให้คิดถึงแม่ด้วย ฝ่ายชายบอกว่ายังกลับบ้านไม่ได้พร้อมขอร้องอย่าเพิ่งทำแม่ เวลา 15.27 น. นางสูนียะถามว่าจะมาได้กี่โมง ถ้ายังไม่กลับแม่จะโดนแบบนี้อีกนะ

เวลา 15.29 น. นางสูนียะส่งคลิปที่ทำร้ายแม่สามีไปให้นายต้นดู โดยมีการยกเลิกข้อความภายหลัง นายต้นบอกว่า แม่จ๋าหนูขอโทษไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย พร้อมถามภรรยาว่าทำแม่ทำไม ทำไมไม่รอก่อน แม่พิการตายพอดี นางสูนียะบอกว่าให้เวลาตั้งแต่เช้าแล้ว ถ้ายังไม่กลับมาอีกแม่มึงโดนน่วมแน่

~

จากนั้น ทีมข่าวเดินทางกลับมาที่บ้านหลังเกิดเหตุ พบว่า น.ส.สุปราณี ผู้บาดเจ็บ กลับมาที่บ้านพร้อมนายต้น ลูกชาย โดยนางสูนียะ ลูกสะใภ้ก็อยู่ภายในบ้าน นายต้น ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ตนเป็นคนผิดเอง เพราะออกไปเล่นการพนัน โทรศัพท์มาบอกให้ภรรยาโอนเงินให้หลายครั้ง ส่วนที่ภรรยาทำร้ายแม่ของตน เป็นเพราะตนกลับบ้านไม่ตรงเวลาตามที่กำหนดไว้ ภรรยาก็คงหมดความอดทนแล้ว ซึ่งยอมรับว่าไม่ได้เกี่ยวกับแม่ แต่ภรรยาก็ทำไปเพื่อเร่งให้ตนกลับบ้าน โดยตนเห็นภาพที่ภรรยาทำร้ายแม่ก็เสียใจ เข้าใจว่าตัวเองผิดก็น่าจะมาลงกับตนแค่คนเดียว ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้ว ก็เป็นเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ หลังจากนี้จะพาแม่ไปดูแลที่ต่างจังหวัดเพื่อแยกออกไป แต่ก็อยากจะไปด้วยดี เพราะไม่ได้โกรธภรรยา คิดว่าทำไปเพราะโมโห

ด้าน น.ส.สุปราณี มีรอยช้ำที่ต้นแขนทั้ง 2 ข้างขนาดใหญ่ ทีมข่าวพยายามสอบถาม น.ส.สุปราณี ว่าเจ็บหรือไม่ เจ้าตัวบอกว่าไม่เจ็บ ส่วนจะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นหรือไม่ก็แล้วแต่ญาติ ๆ เมื่อวานช่วงเกิดเหตุยอมรับว่าตกใจ ตนโดนแบบนี้ไม่บ่อย ทั้งนี้ นายต้นบอกว่าแม่มีอาการอัลไซเมอร์เล็กน้อย รู้ว่าเคยถูกกระทำ แต่ไม่ได้จำและไม่โกรธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

~

ด้านนางไมมูนะ รื่นพิทักษ์ อายุ 46 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนสังเกตว่านางสูนียะ ลูกสะใภ้ก็ดูปกติดี ทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว เจ้าตัวเคยมาเล่าว่าสามีไม่ทำงาน ต้องทำงานคนเดียว ตนยังเห็นใจ แต่เมื่อเห็นคลิปแล้วตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเป็นคนแบบนี้ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตนได้ยินเสียงร้องออกมาจากบ้านที่เกิดเหตุแต่ไม่มั่นใจว่าเป็นเสียง น.ส.สุปราณี หรือไม่ แต่เมื่อเห็นคลิปแล้วก็เอะใจว่าสะใภ้อาจจะก่อเหตุหลายครั้งแล้ว ทั้งนี้ น.ส.สุปราณีเป็นคนอารมณ์ดี พูดคุยหัวเราะกับเพื่อนบ้านเป็นประจำ เมื่อเห็นคลิปแล้วตนก็สงสาร น้ำตาไหล อยากให้ญาติแยก น.ส.สุปราณี ออกจากบ้านที่เกิดเหตุ เพราะกลัวว่าลูกสะใภ้จะโมโหแล้วก่อเหตุซ้ำอีก โดยการอ้างว่าทำไปเพราะทะเลาะกับสามี ก็ไม่ได้เกี่ยวกับแม่สามี ไม่ควรทำแบบนี้

คลิป

ขอบคุณภาพข่าว และข่าวทั้งหมดจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

~

You might also like