เปิดโพสต์ เจ้าสาว เมียหลวงถือทะเบียนสมรสบุกงานแต่ง

209

วันที่ 18 ก.พ. 64 โลกออนไลน์แชร์คลิปไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กของหญิงสาวรายหนึ่ง ระบุว่า กำลังจะเข้าไปในงานแต่งงานที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่าชัย อ.เมือง จ.ชัยนาท โดยถือทะเบียนสมรสระหว่างตัวเองกับเจ้าบ่าวที่กำลังจะแต่งงานกับสาวอีกคนเข้าไปด้วยจนเกิดภาพที่มีการโต้เถียงกับฝ่ายชาย แต่ฝ่ายชายและเจ้าสาวกลับทำท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว พร้อมเชิญออกจากงาน

นางนิภาพรรณ หรือ จอย อายุ 32 ปี ผู้โพสต์ เปิดเผยว่า สามีของตนคือ ส.ต.ต.ศรันญู ที่เข้าพิธีสมรสกับเจ้าสาวในคลิป ซึ่งเป็นสามีที่จดทะเบียนสมรสและอยู่กินกับตนมานาน 16 ปี และอาศัยอยู่ที่บ้านของพ่อแม่สามีด้วย มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน อายุ 15 ปี และ 5 ขวบ

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าวอัมรินท์

ก่อนหน้านี้ตนรู้เรื่องระแคะระคายมาประมาณ 1 ปีที่สามีเริ่มมีพฤติกรรมคบกับผู้หญิงที่เป็นเจ้าสาว แต่สามียังทำตัวเหมือนปกติ คือเช้าไปทำงาน เลิกงานกลับบ้าน กระทั่งวันนี้ตนมาทราบว่าเจ้าสาวในคลิปประกาศว่าจะแต่งงาน ตนกับแม่สามีจึงเข้าไปดูที่บ้านเจ้าสาวคนดังกล่าว ซึ่งก็เจอภาพบาดใจเข้าจริง ๆ จึงนำทะเบียนสมรสออกมาแสดงพร้อมทั้งไลฟ์เพื่อประกาศให้สังคมได้รู้ถึงสิ่งที่สามีทำกับตนและลูก

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าวอัมรินท์

ก่อนที่จะถูกสามีและคนในครอบครัวของเจ้าสาว ขอเชิญออกจากงานเนื่องจากไม่ใช่แขกที่มาร่วมงาน ขู่ว่าหากไม่ออกจะแจ้งความข้อหาบุกรุก เสมือนคิดว่าตนจะเข้าไปกวนงานแต่ง ซึ่งความเป็นจริงแล้วตนไม่ได้มีเจตนาจะไปกวนงานแต่ง เพียงแค่ต้องการจะไปแสดงตัวว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนก็รู้สึกเสียใจ เนื่องจากตนเป็นภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย และมีลูกกับสามีด้วยกันถึง 2 คน วันนี้ขณะเข้าไปที่งานแต่งของสามีกับหญิงคนอื่น ลูกสาวคนโตของตนก็ไปด้วย เสียใจมาก เมื่อเห็นพ่อทำพฤติกรรมดังกล่าว เพราะเพื่อนลูกมาถามลูกว่า “ทำไมคนที่แต่งงานไม่ใช่แม่ ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุตนก็ยังไม่ได้คุยรายละเอียดกับสามี เพราะอยากจะปล่อย ตนคิดว่าเกิดเหตุดังกล่าวแล้วคงทำอะไรไม่ได้ อีกทั้งคิดว่าตนเป็นภรรยาที่มีทะเบียนสมรสถูกต้อง ไม่อยากทะเลาะ

เพราะกลัวว่าลูกจะเสียสุขภาพจิต แต่ทางสามีก็พยายามติดต่อมาหาตนบ้าง เพื่อขอให้ตนลบคลิป แต่ตนไม่ลบ ส่วนเจ้าสาวรายดังกล่าว ตนก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันมาก คุยกันครั้งสุดท้ายตอนที่ตนยื่นเอกสารโนติสเตือนเรื่องเมียน้อย เพื่อให้เลิกพฤติกรรมชู้สาว และหลังจากนั้นก็ยังไม่ได้พูดคุยกันอีก กระทั่งมารู้ว่าจัดงานแต่ง สุดท้ายนี้ตนยืนยันจะขอดำเนินคดีเอาผิดถึงที่สุดโดยจะขอให้ทนายที่ปรึกษายื่นเรื่องฟ้องฝ่ายหญิงที่แต่งงานกับสามีของตนตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายอนุสรณ์ อะสุรพงษ์ ทนายที่ปรึกษาของนางนิภาพรรณ เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้ทำการยื่นฟ้องร้องคดีแพ่งกับทางเจ้าสาวในงานแต่งต่อศาลแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของศาลพิจารณาคดี แต่ในส่วนของ ส.ต.ต.ศรันญู ตนยังไม่ได้ดำเนินการ เพราะต้องรอมีการพูดคุยกันภายในครอบครัวอีกครั้ง เนื่องจากปัญหาครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

โดยกรณีที่เกิดขึ้นตนมองว่าเป็นเรื่องของการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เพราะผู้เสียหายเป็นภรรยาหลวงที่มีการจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย จึงมีสิทธิ์ที่จะปกป้องศักดิ์ศรี และดำเนินคดีเอาผิดคู่กรณีได้ โดยที่ไม่มีความผิด เพราะเป็นสิทธิ์ตามก”หมายที่สามารถทำได้ ส่วนเรื่องการผิดระเบียบทางวินัยของ ส.ต.ต.ศรันญู ตนจะไม่ขอก้าวล่วง เพราะเป็นในส่วนของทางราชการตำรวจดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งหลังจากนี้ จะต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป แต่เบื้องต้นผู้บังคับบัญชาได้ทราบเรื่องแล้ว และอยู่ระหว่างการตั้งตรวจสอบทางวินัยแล้ว

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าวอัมรินท์

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าวอัมรินท์

จากการตรวจสอบบนเฟซบุ๊กของนางนิภาพรรณ มีการโพสต์คลิปไลฟ์เฟซบุ๊ก และข้อความว่า อยากจะอวดผัว กะเค้ามั่งก็ดั๊นน ไปซ้ำกับคนอื่นอีก วันนี้จะมาเป็นสักขีพยานร่วมงานวิวาห์ของคุณผัวซะหน่อย ไม่เชิญก็จะไป ตอนนี้ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต มีผู้ไม่หวังดีตามข่มขู่ให้ลบคลิป

แม่ของ ส.ต.ต.ศรันญู เผยว่า ลูกสะใภ้และลูกชายของตนคบหาดูใจกันมานานหลายปี จนกระทั่งลูกชายไปสอบติดรับราชการเป็นตำรวจได้เมื่อปี 2555 หลังเกิดเหตุตน ทราบว่าวันนี้ลูกชายแอบไปแต่งงานกับหญิงอื่น ซึ่งในตอนแรกตนก็ภาวนาว่าขออย่าให้เป็นลูกชายของตนเอง เนื่องจากตนสอนลูกเสมอว่าเรื่องชู้สาวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ลูกชายก็ยังทำ ขณะนี้สภาพจิตใจของลูกสะใภ้ก็ย่ำแย่ที่เห็นลูกชายไปแต่งงานกับหญิงอื่น ในส่วนนี้ตนก็เข้าใจ และจะขอดูแลลูกสะใภ้ช่วยเรื่องฟ้องร้องเจ้าสาวรายดังกล่าวต่อไป

ส่วนหลานทั้ง 2 คน ตนก็จะเป็นคนเลี้ยงดูเองเหมือนเดิม ตนรู้สึกเสียใจมาก และอยากบอกกับลูกชายว่าจะทำอะไรก็อยากจะให้คิดไตร่ตรองให้ดี ตนเคยเตือนหลายครั้งแล้ว แต่ลูกชายก็ยังกล้าที่จะทำพฤติกรรมแบบนี้ ต่อไปลูกชายก็คงจะต้องยอมรับผลจากการกระทำที่เกิดขึ้น ตอนแรกตนก็พอจะเข้าใจได้ว่าผู้ชายก็อาจจะมีเรื่องเจ้าชู้บ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่คิดว่าลูกชายจะทำถึงขั้นนี้ “ตนอยากจะฝากเคสนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ถึงผู้หญิงหลายคนว่า หากรู้ว่าผู้ชายมีครอบครัวแล้ว อย่าไปทำร้ายครอบครัวคนอื่น ทั้งที่เจ้าสาวก็รู้ว่าลูกชายของตนมีภรรยาแล้ว มีทะเบียนสมรสแล้ว แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมยังจะคงแต่งงานกับลูกชายตนอีก แม่เจ้าบ่าว กล่าว

ด้านเฟซบุ๊กของเจ้าสาว เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 64 มีการโพสต์ภาพน้ำพริก ก่อนที่จะแต่งงานกับผู้ชายที่มีภรรยาแล้ว ระบุแคปชั่นว่า อยากกินต้องได้กิน

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าวอัมรินท์

นายสมจิต อายุ 60 ปี พ่อของส.ต.ต.ศรันญู เผยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นขณะนี้ทางพ่อกับแม่เองก็รู้สึกเสียใจที่ลูกชายทำพฤติกรรมแบบนี้ เนื่องจากสงสารลูกสะใภ้ และหลานอีก 2 คน ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นผู้ชายก็ต้องมีเรื่องเจ้าชู้บ้าง แต่ก็ไม่น่าถึงขั้นจะไปแต่งงานใหม่ เพราะลูกชายไม่เคยเปิดเผยเรื่องนี้ให้ใครทราบ

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าวอัมรินท์

ซึ่งเรื่องการจัดงานแต่งนั้น ตนก็พึ่งมารู้พร้อมลูกสะใภ้เมื่อช่วงเช้าวันนี้ว่าลูกชายไปผูกข้อไม้ข้อมือกับหญิงอื่น ตนเองก็ไม่สบายใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เนื่องจากไม่เข้าใจจุดประสงค์การกระทำของลูกชาย

ล่าสุด ฝ่ายชายโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอโทษทุกคนด้วยครับ ผมผิดเองคนเดียวอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องด้วยสักนิด นอกจากนี้ ย้อนกลับไปก่อนแต่งงาน วันที่ 1 ก.พ. 64 โพสต์ข้อความว่า เรื่องบางเรื่องแค่รู้ยังไม่พอ หากมองเราเพียงเปลือก จะรู้จักเราแค่ เปลือก หากมองเราจากปากคนอื่น คุณจะไม่รู้จักเราเลย เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 64 โพสต์หลายข้อความว่า ทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง แล้วจะได้สบายใจ เหนื่อยเน้อ น้อยลงทุกที ลดลงเรื่อยๆ มันปรับกันได้หมดกทุกเรื่องแหละ ถ้าอยากอยู่ด้วยกันจริง ๆ

You might also like