คุณแม่ ภนิดา เผยอยากได้รถคันใหม่ ลั่น ปอ รับปากจะจัดการให้

1,144

หลังจากได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับการเสียชีวิตของ แตงโม นิดา หรือ แตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ จากเหตุพลัดตกเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา โดย คุณแม่ภนิดา ศิระยุทธโยธิน คุณแม่ของแตงโมขอไม่เป็นโจทก์ร่วมฟ้องจำเลยทั้ง 6 คนจากคดีนี้แล้ว และได้รับเงินเยียวยาเป็นจำนวน

~

~

9.2 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ได้เช็คเงินสดมาแล้ว 2 ล้านบาท และจะได้รับอีกเดือนละ 30,000 บาท เป็นเวลา 240 เดือน จะโอนเข้าบัญชีทุกวันที่ 1 เริ่ม 1 ต.ค.นี้

ล่าสุด คุณแม่ภนิดา ได้มาร่วมรายการ เปิดปาก กับ ภาคภูมิ ทางช่องไทยรัฐทีวี โดยมาพร้อมกับที่ปรึกษาทางกฎหมาย คุณชัยวัฒน์ โลมากุล โดยคุณแม่เผยว่า

~

~

ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา ยังคิดถึงลูกเหมือนเดิม เพราะตอนจากกัน เราไม่ได้เจอกันเลย เขาไปทาง คุณแม่ไปทาง เราไม่รู้ว่าลูกไปตรงไหนเลย เราจากกันแบบไม่ได้เห็นกันเลย เหมือนลูกหายไปไหน แล้ววันที่ไปที่ท่าน้ำ ลูกเราหายไปได้ยังไง คุณแม่ก็มีอาการเหมือนช็อก ทั้งโกรธทั้งโมโห ผ่านมาถึงวันนี้ 7 เดือน ยังคิดถึงลูกทุกวัน เพราะเราไม่ได้เจอกับเขาเลย คุณแม่อยากเจอเขามากๆ เลย

~

~

ภาพจาก เปิดปาก กับ ภาคภูมิ

เรื่องการเยียวยาไปไงมาไงถึงได้ตกลงในตัวเลข 20 ล้านบาท ตรงนั้น?

คุณชัยวัฒน์ : คดีนี้มันมีการเจรจาเรื่องค่าเสียหาย ค่าเยียวยา กันมานานหลายรอบแล้ว จากที่คุณแม่ได้เล่าให้ฟัง มันมีครั้งสุดท้ายคือครั้งที่ 5

~

~

คุณแม่ : เจรจาครั้งสุดท้ายกับคุณปอ คุณเบิร์ต ก่อนที่จะไปขึ้นศาล คุณแม่ก็มีทีมทนายซึ่งก็คือทนายชนบท และลูกทีม 4 คน เราก็นัดคุณปอ คุณเบิร์ตไปทานข้าวกัน และคุยเรื่องเงินเยียวยาของคุณแม่ ซึ่งท่านหัวหน้าทีมทนายและน้องๆ คุณแม่รักทุกคนเลย เพราะเขาน่ารักกันทุกคน แต่ท่านหัวหน้าทีมทนายมีคำสั่งกับลูกน้องว่า

~

~

ถ้าไม่ได้ 20 ล้านที่ไปคุยกับคุณปอคุณเบิร์ตไม่ต้องกลับมา วันนั้นปอทานข้าวไม่ลง ทุกคนทานข้าวไม่ลง เบิร์ตก็ทานข้าวไม่ลง เพราะว่ามีทนายของปอกับเบิร์ตมาด้วย ซึ่งเขาก็ทานข้าวด้วยกันและนั่งฟังอยู่

เรื่องเงิน 20 ล้านใครเป็นคนเสนอมา?

คุณแม่ : ท่านชนบทเสนอมาก่อนที่จะออกจากออฟฟิศแล้ว แล้วคนที่พูดกับปอและโรเบิร์ต ทนายเป็นคนพูด วันนั้นก็ทานข้าวไม่ลง วงแตก

~

~

แต่วันนั้นแม่เองก็บอกว่า อยากได้ตัวเลขที่มากกว่านี้?

คุณแม่ : ใช่ค่ะ 30 ล้าน

เพราะน้องโมมีรายได้ต่อปี 120 ล้าน?

คุณแม่ : ใช่ค่ะ

แล้วเรียกไป 20 ล้านมันไม่สมเหตุสมผลหรืออย่างไร?

คุณแม่ : คืออาจจะกะทันหันสำหรับปอ โรเบิร์ต เขายังไม่ทันตั้งตัว เชื่อมั้ยว่าอยู่กันมาเป็นลูกแม่ 6 เดือน เดือนนี้เดือนที่ 7 นะคะ เราก็ติดต่อคุยกันมาตลอดตามประสาแม่ลูก แต่เชื่อมั้ยว่า ก็ไม่เคยคุยกันเรื่องเงินเลยสักนิดเดียว

แล้ว 5 ครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้คุยกันเรื่องเงินเลยเหรอ?

คุณแม่ : ก็เป็นเรื่องทางทีมทนาย เขาเป็นคนคุย มีแต่ครั้งที่ 6 ที่แม่ไปด้วย แล้วทางหัวหน้าทีมทนายเขาสั่งมาให้เรียกเงิน 20 ล้าน

แล้วทำไมถึงเปลี่ยนมาเป็นคุณชัยวัฒน์ได้?

คุณชัยวัฒน์ : กราบเรียนพี่น้องทุกท่านนะครับ เรื่องนี้ต้องเปิดเผย ในด้านความคิดเห็นและสภาพที่สะท้อนกลับมาหาคุณแม่ ก็เป็นภาพที่ท่านผู้ชมก็ได้รับชมอยู่ทุกวันว่า คุณแม่ได้รับแค่ 9.2 ล้าน เพียงพอแล้วเหรอ แล้วก็เป็นการผ่อนชำระ 240 เดือน ในระยะยาว 20 ปี

ตรงนี้ผมก็ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนสนิทของคุณแม่ ผมได้รับการแนะนำมาตั้งแต่เดือนมิถุนาแล้วครับ ซึ่งครั้งแรกก่อนที่จะเข้ามาทำคดีนี้ ก็ได้มีการสอบถามคุณแม่ก่อนว่าต้องการอะไร ต้องการเงิน ต้องการลงโทษจำเลย หรือว่าต้องการที่จะประนีประนอม แล้วเราถึงจะทำงาน

คุณแม่ว่ายังไง?

คุณแม่ : คุณแม่ก็สำรวจตรวจสอบข่าวเยอะแยะไปหมด ก็มีข้อคิดอยู่ข้อหนึ่งว่า มีผู้ชายคนหนึ่งแอบเอาเอกสารคุณแม่ไปฟ้องคนในเรือ ซึ่งจำคุกยาว ในข้อหาเจตนาฆ่า แล้วคุณแม่ก็มานั่งพิจารณาเองว่ามันไม่ได้แล้ว เพราะคุณแม่ก็พอจะทราบว่า หลักฐานเรื่องน้องโมที่มันหล่นลงไปในน้ำ มันยังไม่มีเลย หลักฐานยังหาไม่เจอสักอย่างเลย เพราะผู้ชายคนนี้รับปากที่จะเอาหลักฐานมา แล้วผู้ชายคนนี้ก็ไปแจ้งความเขา เลยมองว่าเรื่องนี้มันไม่เข้าท่า

คุณแม่ก็คุยกับทนายเลยว่า คุณแม่ไม่ต้องให้จำเลยทั้ง 6 คน โดนลงโทษขนาดนี้ มันมากไป ลูกเมียเขาก็มี แล้วลูกเราก็เสียไปแล้ว และลูกเราก็อาจจะอยู่ในเรือด้วยกัน ประมาท ตกท้ายเรือ ไม่มีใครเห็น ไปปัสสาวะท้ายเรือ เกาะขาแซน ก็แซนเห็นคนเดียว คนอื่นไม่มีใครเห็น ตัวคุณแม่เองได้สืบแล้วด้วย ซึ่งคุณแม่มองว่า ข้อหาเจตนาฆ่ามันแรงไป แล้วก็ยากที่จะไปเจอหลักฐาน แล้วก็มองว่าลูกเราอาจจะประมาทเองด้วย เพราะว่าเขาก็ดื่มสุรากันทั้งเรือ

ถ้าให้คนบนเรือต้องไปติดคุกในข้อหาเจตนาฆ่า มันแรงไป?

คุณแม่ : ใช่ค่ะ มันแรงไปที่เขาจะมาติดคุกเพื่อลูกเรา หรือเพื่อคุณแม่ 20 ปี แล้วคุณแม่ได้อะไร ได้สภาพจิตใจที่แย่มากที่เอาคนไปขังคุก 20 ปี แล้วครอบครัวเขาล่ะ

คุณแม่ไม่อยากหาความจริงให้แตงโมแล้วเหรอ?

คุณแม่ : อยากหา คุณแม่หาเอง คุณแม่อัดคลิปไว้ทุกคืนเลยค่ะ ไม่ยอมนอน ไปดูโทรศัพท์คุณแม่ได้เลย มีเยอะแยะ คลิปน้องโมและคลิปจากบังแจ็ค

ทำไมถึงเป็นเงิน 9.2 ล้าน?

คุณชัยวัฒน์ : ผมได้คุยกับคุณปอ ในวันแรกที่คุยบรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งคุณปอกับคุณโรเบิร์ตเขาเป็นแม่ลูกกันมาก่อน ผมก็เลยให้คุณแม่ลดตัวเลขลงมา อยู่ที่ 9.2 ล้าน แล้วชำระเพิ่มเติมอีก 240 เดือน

ภาพจาก เปิดปาก กับ ภาคภูมิ

เหตุผลของการลดตัวเลขลงมาเพื่ออะไร?

คุณชัยวัฒน์ : เพื่อที่จะให้คุณปอมีกำลังที่จะจ่าย และทางคุณแม่พอใจ ซึ่งเขาก็พอใจ ตั้งแต่ที่แตงโมได้เสียชีวิตเมื่อ 24 ก.พ. คุณปอและคุณโรเบิร์ตได้อุปการะคุณแม่มาตั้งแต่เริ่มต้นตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเงิน 9.2 ล้าน ไม่ใช่แค่ยอดนี้ มีเกินกว่านี้แน่นอน และในการเจรจารอบนอก คุณปอและจำเลยอีก 5 คน ก็จะร่วมกันเยียวยาให้อีกต่างหาก

คุณแม่ : ได้เงินสด 2 ล้านเป็นเช็คเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็เดือนละ 3 หมื่น 20 ปี เริ่มเต้น 1 ต.ค. 2565 เข้าบัญชีทุกวันที่ 1

ทำไมคุณแม่ถึงตัดสินใจรับเงินเป็นเดือนๆ ใน 20 ปี?

คุณแม่ : คือคุณปอ เราคุยกันตลอดทางโทรศัพท์ แม้แต่การจ่ายเงิน 9.2 ล้าน ก็จ่ายกันต่อหน้าศาล เพราะฉะนั้นถ้าในอนาคตคุณแม่อยากทำอะไร อยากทำธุรกิจ ให้บอกเลย เดี๋ยวผมจัดการให้ทุกอย่าง ถ้ามีการร้องขออยากได้อะไรเพิ่มเติม ขอให้บอกปอได้ทุกเรื่อง ได้มีการลงบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

อย่างเช่น คุณแม่อยากได้รถใหม่ เดี๋ยวเขาก็ซื้อให้ บอกเขาไว้แล้ว ซึ่งเขาก็บอกว่าเล็กน้อย เพราะรถราคามันไม่แพงอยู่แล้ว คุณแม่อยากจะเปลี่ยนรถใหม่ เล็งมานานแล้ว เพราะว่ารถน้องโมมันใหญ่เกินไปสำหรับคุณแม่ ทุกวันนี้ใช้รถน้องโมอยู่แต่ขับไม่ถนัด ซึ่งอันนี้ไม่รวมกับ 9.2 ล้าน

ส่วนคุณแซนเขาน่ารักนะ เขาพูดเพราะ เขามากระซิบว่า คุณแม่ขา เดี๋ยวแซนมีของขวัญให้คุณแม่ เราก็แปลกใจว่ามีของขวัญอะไร เสร็จแล้วเขายื่นให้คุณแม่ คุณแม่ก็เปิดออกดู ก็เป็นต่างหูมุก ซึ่งอันนี้ราคาครึ่งแสนนะคะ

คนเลยตั้งคำถามว่า คุณแม่เห็นเขาให้แบบนั้นแบบนี้ เลยลืมคดีลูกสาวไปแล้วหรือเปล่า?

คุณแม่ : ไม่เคยลืม แต่เรามีคนทำให้แล้ว ตำรวจ อัยการศาล ทนาย เขาทำให้เรา ถ้าคุณแม่ไปทำ ให้คุณแม่ทำอะไร กระโดดน้ำไปหาลูกเหรอ หรือไปยุ่งวุ่นวาย คุณแม่ก็ทำไม่ได้ คุณแม่ไม่ยุ่ง คุณแม่ก็เคยคิดนะว่าที่เขามาว่าเรา จะให้คุณแม่ไปกระโดดน้ำหาลูกหรืออย่างไร ทางคดีหลักของลูกสาวมีคนทำอยู่แล้ว ในส่วนของแม่คือผู้เสียหาย

คนมองว่าลูกสาวแม่ มีค่าแค่เงิน 9.2 ล้านเหรอ?

คุณแม่ : ได้ยินคนพูดเยอะ คุณแม่ก็บอกว่า ค่าของชีวิตของใครก็ตาม ซื้อไม่ได้ด้วยเงินว่าเท่าไร ลูกคุณแม่ก็ประเมินไม่ได้เหมือนกัน และเรื่องเงินเยียวยา 9.2 ล้าน ที่เรียกเท่านี้ เพราะเขามีกำลังเท่านี้ในวันนั้นในขณะนั้น แล้วจะให้คุณแม่จะบี้อย่างไร

เขาบอกคุณแม่ หรือมองเองว่าเขามีกำลังเท่านั้นที่จะชดใช้เท่านี้?

คุณแม่ : เราคุยกับคุณชัยวัฒน์ค่ะ เป็นรายละเอียดที่มีการเจรจาจนตกผลึก

คุณชัยวัฒน์ : ไม่ใช่ว่าคุณแม่จะทิ้งเรื่องการหาความจริง แต่ก็ยังดำเนินการต่อ ขบวนการคดีก็จะดำเนินให้ถึงที่สุด แต่ศาลยังไม่ได้พิพากษา เพราะฉะนั้นขบวนการสืบพยานหาหลักฐานเพิ่มเติม หากมีพลเมืองดี หรือมีข้อมูลใหม่ๆ ที่พบว่าน้องแตงโมถูกกระทำการโดยเจตนา หรือกระทำโดยฆาตกรรม คุณแม่ก็มีสิทธิ์ที่จะยกตรงนี้ขึ้นสู่กระบวนการทางศาลได้

ตกลงเพื่อนของลูกสาว 5 คนบนเรือ ให้อภัยกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?

คุณแม่ : ให้อภัยทุกคนแล้วค่ะ กระติกก็ให้อภัยแล้วค่ะ เขาน่ารักขึ้น พูดเพราะขึ้น เขาบอกว่า คุณแม่สวยจัง ไปทำอะไรมา (หัวเราะ) คุณแม่ก็บอกกระติกก็สวย ชมกันไปกันมา จริงๆ กระติกก็ไม่ได้มีอะไรทะเลาะกับคุณแม่นะ ไปบ้านน้องโมก็เจอกันตลอด แม่ไม่ได้มีปัญหา แต่เขากับน้องโมมีปัญหากันเอง เพราะก่อนเกิดเหตุ น้องโมไม่ได้ให้กระติกเป็นผู้จัดการส่วนตัวแล้ว แต่กับคุณแม่ไม่ได้มีอะไรกันกับกระติก

ส่วนเรื่องโทรศัพท์ของน้องโม ตอนนี้ส่งถึงเวียดนามแล้ว บังแจ็คเป็นคนส่งมาทางพัสดุ เขาบอกว่าจะมีอะไรส่งมาให้กับคุณแม่ด้วย ตอนนี้ติดอยู่ที่เวียดนาม คิดว่าน่าจะติดเรื่องภาษีเพราะภาษีมันสูง

แม่คุยกับบังแจ็คตลอด ถ้ากับคุณแม่ บังแจ็คเขาดีนะ เขาเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งที่เราคุยด้วย เขาพูดความจริงทุกอย่าง คุณแม่บอกว่าเอาโทรศัพท์น้องโมไปค้นดูซิว่ามีอะไรบ้าง แล้วดูดมาส่งมาให้เครื่องคุณแม่ เขาก็ทำอย่างที่คุณแม่สั่ง

แต่บังแจ็คก็บอกว่าน้องโมถูกฆาตกรรม?

คุณแม่ : เขาก็บอก แต่ว่าเขาไม่ได้มีภาพอะไรเลย คือประเด็นเรื่องฆาตกรรม มันแรงนะ คุณมีหลักฐานมั้ยล่ะ มันต้องมีหลักฐาน แต่มันหาไม่ได้ ปัจจุบันก็ยังหาไม่ได้

ซึ่งบังแจ็คเขาส่งโทรศัพท์กลับมาคืนให้แล้ว เขาส่งมาพร้อมกระเป๋า นาฬิกา ซื้อของมาฝาก เลยติดอยู่ด่านเวียดนาม ต้องจ่ายภาษีแพง ถ้าคุณแม่อยากได้ต้องไปจ่าย กระเป๋าที่บังแจ็คส่งมาให้สวยมาก เขาส่งรูปมาให้ดู ส่วนโทรศัพท์ของน้องโม ในเครื่องนั้นไม่มีข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น เพราะบังแจ็คได้ดูดออกไปแล้วไปใส่เครื่องเขา โทรศัพท์ของน้องโม คุณแม่จะเอามาร้องเพลง

ส่วนเรื่องเงินเยียวยา 20 ปี ที่ได้เงินเดือนละ 3 หมื่น คุณแม่เผยว่า เดี๋ยวจะไปคุยเจรจากันใหม่ ให้เป็นเงินที่สูงขึ้น และระยะเวลาลดลง เป็นเดือนละ 5 หมื่น แล้วให้ระยะเวลาลดลง แล้วก็จะซื้อรถคันใหม่ บอกคุณปอแล้ว และอาจจะไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับคุณปอ เพราะเขาขายรถอยู่แล้ว จะไปช่วยเขาขายรถ

ถามว่าทุกวันนี้เครียดกับข่าวสารหรือไม่ คุณแม่บอกว่า เยอะ หมอดูหญิงชายก็มีด่าคุณแม่เยอะแยะ ไม่เครียดแล้ว ไม่ใช่เรื่องจริงไง ซึ่งคุณแม่ก็ไปคอมเมนต์ทันที เพราะดูคลิปเขาเหมือนกัน

ที่เขาบอกว่า คุณแม่ไม่รักลูก คุณแม่คิดยังไง คุณแม่บอกว่า เขาคงคิดของเขาเอง แม่ไม่รักลูก ไม่มีค่ะ ไม่มีใครที่ไม่รักลูกตัวเอง แต่การรักลูกของตัวเอง อย่างคุณแม่มีคดีใช่มั้ย คุณแม่จะไปโอ๋น้องตรงไหน น้องอยู่ไหนก็ยังไม่รู้เลย ตอนนี้วางแผนว่าจะทำบุญให้น้อง จะตั้งมูลนิธิกันให้น้องแตงโม โดยคุณแม่เป็นประธาน และคุณปอ ดนุภัทร เป็นรองประธาน ชื่อ มูลนิธิแตงโม ภัทรธิดา Foundation Of Thailand

You might also like